วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Technical Analysis for Week 16 - 20 Aug

EUR/USD trend: sell.
GBP/USD trend: buy.
USD/JPY trend: buy.
EUR/JPY trend: sell.
GBP/JPY trend: buy.

Floor Pivot Points
Pair3rd Sup2nd Sup1st SupPivot1st Res2nd Res3rd Res
EUR/USD1.20101.23811.25661.29371.31221.34931.3678
GBP/USD1.50051.52821.54371.57141.58691.61461.6301
USD/JPY83.5884.1585.2285.7986.8687.4388.50
EUR/JPY103.49106.36108.19111.06112.89115.76117.59
GBP/JPY128.32130.55132.54134.77136.76138.99140.98


Fibonacci Retracement Levels
PairsEUR/USDGBP/USDUSD/JPYEUR/JPYGBP/JPY
100.0%1.33071.599286.37113.92137.01
61.8%1.30951.582785.74112.12135.40
50.0%1.30291.577685.55111.57134.90
38.2%1.29631.572585.36111.02134.40
23.6%1.28821.566285.12110.33133.79
0.0%1.27511.556084.73109.22132.79

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 13 ส.ค.: ดอลล์สหรัฐแข็งค่า หลังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกำลังสะดุด ได้ช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองสกุลเงินดอลลาร์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.55% แตะ 1.2753 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.2823 ดอลลาร์ และอ่อนค่าลง 0.13% แตะ 110.05 เยน จากระดับ 110.19 เยน ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.11% แตะที่ 1.5584 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5567 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า 0.43% แตะ 86.300 เยน จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 85.930 เยน และเพิ่มขึ้น 0.19% แตะ 1.0522 ฟรังค์สวิส จากระดับ 1.0502 ฟรังค์สวิส แต่ลดลง 0.15% แตะ 1.0405 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.0421 ในวันก่อน

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่า 0.41% แตะที่ 0.8922 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 0.8959 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนค่าลง 0.48% แตะที่ 0.7052 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7086 เมื่อวันก่อน

เมื่อวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้น 0.4% หลังจากลดลงสองเดือนติดต่อกัน แต่ยังน้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่าจะดีดตัวขึ้น 0.5% ซึ่งการปรับตัวขึ้นของยอดค้าปลีกเมื่อเดือนที่แล้วนั้น เป็นผลมาจากยอดขายยานยนต์และน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดขายสินค้าอื่นๆเกือบทุกประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง ยังซบเซา

ขณะที่ รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นแตะ 69.6 จากระดับ 67.8 ในเดือนก.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 68.8 แต่ก็ยังต่ำกว่าตัวเลข 76.0 ในเดือนมิ.ย.

นักวิเคราะห์มองว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวขึ้นนั้น ยังไม่มากพอที่จะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน

วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 12 ส.ค.: ยูโรร่วงเทียบดอลล์ หลังผลผลิตอุตสาหกรรมกลุ่มยูโรโซนหดตัว

ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ส.ค.) หลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของ 16 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร ชะลอตัวลงในเดือนมิ.ย. และเศรษฐกิจกรีซหดตัวลงอย่างหนักในไตรมาส 2 ปีนี้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆแทบทุกสกุล เนื่องจากนักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังจากสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน และจำนวนบ้านที่ถูกยึดในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น

ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง 0.04% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2827 ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 11 ส.ค.ที่ระดับ 1.2832 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง 0.30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5572 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5619 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.75% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 85.840 เยน จากระดับของวันพุธที่ 85.200 เยน แต่ดิ่งลงเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0492 ฟรังค์ จากระดับ 1.0615 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.01% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8959 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพุธที่ 0.8960 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.63% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7083 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7128 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงหลังจากยูโรสแตทเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของ 16 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร หรือ กลุ่มยูโรโซน ลดลง 0.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากขยายตัว 1.1% ในเดือนพ.ค. ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.จะเพิ่มขึ้น 0.6% ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า เศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซนอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ยูโรยังได้รับปัจจัยลบหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติกรีซรายงานว่า เศรษฐกิจภายในประเทศหดตัวลง 1.5% ในไตรมาส 2 ปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และหากเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจหดตัวลงถึง 3.5% ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการลงทุนและอัตราการอุปโภคบริโภคที่ชะลอตัวลง

ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ส.ค.เพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 484,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 465,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ระดับ 479,000 ราย ซึ่งเป็นหลักฐานล่าสุดที่บ่งชี้ว่าภาคเอกชนของสหรัฐยังคงลดการจ้างงาน

เรียลตี้แทรค อิงค์ (RealtyTrac Inc) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของสหรัฐรายงานว่า จำนวนบ้านที่ถูกยึดอันเนื่องมาจากการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ พุ่งขึ้นเกือบ 4% ในเดือนก.ค. สู่ระดับ 325,229 หลัง ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะอ่อนแอในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันศุกร์ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนส.ค.

วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิเคราะห์เทคนิค EUR/USD 12 ส.ค.

EUR/USD intraday: under pressure
Pivot: 1.2985

คำแนะนำ : Short positions ที่ระดับต่ำกว่า 1.2985 targets @ 1.286 & 1.281

หากราคาอยู่เหนือ 1.2985 เป้าหมายด้านบนคือ 1.3030 & 1.3075

ข้อสังเกต : ราคาได้ทะลุลงผ่านแนวรับและยังถูกกดดัน และ RSI ยังต่ำ

Key levels
1.3075
1.3030
1.2985
1.2870 last
1.2860
1.2810
1.2750

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 11 ส.ค.: ดอลลาร์แข็งค่า ขณะเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆยกเว้นยูโรและเยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ส.ค.) หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมใช้มาตรการขั้นต้นเพื่อพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2832 ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาที่ 1.2858 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.11% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 85.200 ดอลลาร์ จากระดับ 85.110 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น 0.15% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.5619 ปอนด์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.5643 ปอนด์ และอ่อนค่าลง 0.31% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0615 ฟรังค์ จากระดับ 1.0582 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียดีดขึ้น 0.18% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8960 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคารที่ 0.8976 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนตัวลง 0.06% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7128 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7124 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 11 ส.ค.: ดอลลาร์แข็งค่า ขณะเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆยกเว้นยูโรและเยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ส.ค.) หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมใช้มาตรการขั้นต้นเพื่อพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2832 ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาที่ 1.2858 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.11% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 85.200 ดอลลาร์ จากระดับ 85.110 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น 0.15% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.5619 ปอนด์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.5643 ปอนด์ และอ่อนค่าลง 0.31% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0615 ฟรังค์ จากระดับ 1.0582 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียดีดขึ้น 0.18% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8960 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคารที่ 0.8976 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนตัวลง 0.06% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7128 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7124 ดอลลาร์สหรัฐ

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 6 ส.ค.: ดอลล์ร่วงหลังสหรัฐเผยจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีนี้ ขณะที่ค่าเงินยูโรได้แรงหนุนหลังจากประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า เศรษฐกิจยุโรปขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีขยายตัวแข็งแกร่ง

ค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้น 0.14% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3177 ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.3158 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนตัวลง 0.03% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5883 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5887 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.60% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 85.760 เยน จากระดับของวันพุธที่ 86.280 เยน และดิ่งลง 0.59% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0465 ฟรังค์ จากระดับ 1.0527 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.27% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9148 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพุธที่ 0.9173 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.93% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7281 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7349 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐถูกกดดันอย่างหนักหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้ว พุ่งขึ้น 19,000 ราย สู่ระดับ 479,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีนี้ และบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังอ่อนแอ ในขณะที่บริษัทหลายแห่งยังคงลดการจ้างงาน

จำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในสหรัฐยังคงลังเลที่จะจ้างงานเพิ่ม ซึ่งทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่กังวลว่า อัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมกับจับตาดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนก.ค. ในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.จะลดลง 65,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ค.จะอยู่ที่ 9.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 9.5%

ส่วนค่าเงินยูโรพุ่งขึ้นแข็งแกร่งหลังจากนายฌอง-คล้อด ทริเชต์ ประธานอีซีบีกล่าวภายหลังการประชุมเมื่อวานนี้ว่า เศรษฐกิจยุโรปยังคงขยายตัวปานกลาง ซึ่งนับว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายของอีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 1.75% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนที่ 0.25%

นอกจากนี้ ค่าเงินยูโรยังได้แรงหนุนหลังจากทางการเยอรมนีรายงานว่า ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.กลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง 3.2% เมื่อเทียบกับระดับเดือนพ.ค.ที่ลดลง 0.1%

นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของเศรษฐกิจยุโรปมากขึ้นเมื่อคณะผู้ตรวจการจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้สูงที่กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นครั้งที่สองจากอียูและไอเอ็มเอฟ หลังจากที่คณะผู้แทนจากสององค์กรได้ร่วมกันทบทวนแผนลดรายจ่ายอย่างเข้มงวดของรัฐบาลกรีซมาเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ และพบว่ากรีซมีความคืบหน้าอย่างมากในการจัดการกับวิกฤตหนี้สาธารณะ

ค่าเงินปอนด์อ่อนตัวลงเล็กน้อยหลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุด 0.5% เป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายเมื่อวานนี้ เนื่องจากธนาคารกลางยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษ

วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 3 ส.ค.: ดอลล์ร่วงหนัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลงหลังจากธนาคารกลางตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้

ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3231 ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.3180 ดอลลาร์ และค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้น 0.31% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5942 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5892 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดิ่งลง 0.76% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 85.830 เยน จากระดับของวันจันทร์ที่ 86.490 เยน แต่ขยับขึ้น 0.05% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0389 ฟรังค์ จากระดับ 1.0384 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.05% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9127 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันจันทร์ที่ 0.9132 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7344 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7323 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ทรงตัว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมิ.ย. ร่วงลง 2.6% มาอยู่ที่ระดับ 75.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2544

นักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคจะชลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงซบเซา และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ปี 2553 ของสหรัฐ ขยายตัวในอัตรา 2.4% ต่อปี ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อทียบกับจีดีพีไตรมาสแรกที่ผ่านการทบครั้งใหม่ว่าขยายตัว 3.7% และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 2.5% ต่อปี

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพุธ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคบริการและดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจเดือนก.ค. ส่วนวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนก.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.จะลดลง 65,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ค.จะอยู่ที่ 9.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 9.5%

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลงหลังจากธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (overnight cash rate) ไว้ที่ 4.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่ตัวเลขเงินฟ้อภายในประเทศขยายตัวปานกลาง ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ที่ว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียขยายตัวขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

นักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 10 ส.ค.นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed fund rate) ไว้ที่ 0 - 0.25% หลังจากรายงาน Beige Book หรือรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจจากเฟดทั้ง 12 เขตในสหรัฐ รั้งล่าสุดบ่งชี้ว่า อัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคเป็นไปอย่างล่าช้า

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 2 ส.ค.: วิตกเศรษฐกิจชะลอตัว ฉุดดอลล์ร่วงเทียบสกุลเงินหลักๆ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ รวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ของสหรัฐที่ขยายตัวน้อยกว่าคาด และดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.ของสหรัฐที่ขยายตัวน้อยกว่าเดือนมิ.ย.

ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้น 0.95% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3169 ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3045 ดอลลาร์ และเงินปอนด์พุ่งขึ้น 1.31% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5887 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5682 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐทรงตัวเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 86.450 เยน และดิ่งลง 0.17% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0395 ฟรังค์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.0413 ฟรังค์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.94% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9125 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.9040 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ทะยานขึ้น 1.01% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7328 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7255 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากจีดีพี) ไตรมาส 2 ปี 2553 ของสหรัฐ ขยายตัวในอัตรา 2.4% ต่อปี ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อทียบกับจีดีพีไตรมาสแรกที่ผ่านการทบครั้งใหม่ว่าขยายตัว 3.7% และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 2.5% ต่อปี

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.ของสหรัฐ ขยายตัวที่ระดับ 55.5 จุด ซึ่งน้อยลงเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 56.2 จุด และทำสถิติขยายตัวน้อยลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ขณะที่นักวิเคราะห์กังวลว่า ภาคการผลิตอาจขยายตัวช้าลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงซบเซา และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง

ขณะที่สมาพันธ์โลจิสติกและการจัดซื้อแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนอยู่ที่ระดับ 51.2% ในเดือนก.ค. ลดลง 0.9% จากเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

นักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ในวงกว้างว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนมิ.ย. และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐจะเปิดเผยยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมิ.ย.

วันพุธ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคบริการและดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจเดือนก.ค. ส่วนวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนก.ค.

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Technical Analysis for Week 2-6th Aug

EUR/USD trend: sell.
GBP/USD trend: sell.
USD/JPY trend: buy.
EUR/JPY trend: buy.
GBP/JPY trend: buy.

Floor Pivot Points
Pair3rd Sup2nd Sup1st SupPivot1st Res2nd Res3rd Res
EUR/USD1.26831.27791.29141.30101.31451.32411.3376
GBP/USD1.51681.52881.54801.56011.57931.59131.6105
USD/JPY83.3684.6585.5386.8287.7189.0089.88
EUR/JPY108.91110.47111.62113.18114.33115.89117.03
GBP/JPY130.46132.32133.83135.69137.20139.06140.57


Fibonacci Retracement Levels
PairsEUR/USDGBP/USDUSD/JPYEUR/JPYGBP/JPY
100.0%1.31071.572188.12114.74137.55
61.8%1.30191.560287.28113.70136.27
50.0%1.29911.556587.03113.38135.87
38.2%1.29641.552886.77113.06135.47
23.6%1.29301.548286.45112.67134.98
0.0%1.28761.540985.94112.03134.18