หลักการต่อไปนี้ได้มาจากการเทรดคู่ EUR/USD เป็นหลัก ซึ่งจะมีประโยชน์และลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดได้ในการเทรด คู่ EUR/USD ซึ่งจากประสบการณ์สามารถเปิดคำสั่งซื้อขายที่ปิดกำไรได้จำนวน เกินกว่า 90% หรือเก้าในสิบครั้ง ซึ่งถือว่า แม่นมากในการเทรด
1. รู้เวลาในการเปิดปิดตลาด
เหตุผลเนื่องมาจากพฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุนจะแตกต่างกัน ในแต่ละตลาด เพราะว่าแต่ละโซน แต่ละประเทศจะมีทิศทางข่าว และการลงทุนที่แนวโน้มแตกต่างกัน
ข้อมูลคร่าวๆ คือ
ตลาดออสเตรเลีย AUD = Australian Dollar เปิดเวลา 5.00 - 13.00 น.เปิดประมาณ (บางช่วงของปีจะเป็นตีสี่)
ตลาดญี่ปุ่น ค่าเงิน JPY = Japanese Yen เปิดเวลา 7.00 - 14.00
ตลาดยุโรป ค่าเงิน EUR = Euro เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.
ตลาดลอนดอน ค่าเงิน GBP = British Pound เปิดเวลา 14.00 - 22.00 น.
ตลาดนิวยอร์ค ค่าเงิน USD = US Dollar เปิดเวลา 19.00 น. ถึงตี 3
แต่ละตลาดจะมีข่าวที่มีตัวเลขชี้วัดว่าเป็นผลดีหรือร้ายกับค่าเงินนั้นๆ ซึ่งดูช่วงเวลาข่าวได้จากเวบไซต์ http://www.forexfactory.com/ (อย่าลืมตั้งค่าเวลาให้เป็นเวลาไทยในเวบด้วย)
ทุกตลาดจะมีผลกับค่าเงินของคู่ EUR/USD ได้หมดเลย เนื่องจากการซื้อขายค่าอื่นคู่อื่นๆ ก็จะมีผลกระทบมาถึง EUR/USD ด้วย เช่น ตอนตลาดญี่ปุ่นเกิด กราฟ EUR/USD มักจะพุ่งขึ้น เนื่องจากการซื้อขายคู่ USD/JPY ซึ่งจะมีผลกับค่าเงิน USD ทำให้คู่เงิน EUR/USD มีการเคลื่อนไหวตามไปด้วย จะสังเกตได้ว่า กราฟ EUR/USD จะวิ่งรวดเดียวช่วง 7 - 10 โมง (เวลาในการพุ่งไม่แน่นอน แต่จะพุ่งภายใน 15 นาที ประมาณ 50 -60 จุด) ส่วนมากจะวิ่งขึ้น
2. ศึกษาการวิเคราะห์แนวโน้มจากกราฟ
ซึ่งศึกษาได้จากไฟล์การดูกราฟแท่งเทียนหรือรูปคลื่นอีเลียตเวฟ หรือ Fibonacci หลักการสามอย่างนี้เป็นหลักการที่แม่นที่สุดในบรรดาการใช้ indicator
การเทรดตามแนวโน้มกราฟ หรือ The trend is your friend เป็นวิธีการที่ดี แต่ต้องดูช่วงเวลาในแต่ละตลาดด้วย เนื่องจาก trend หรือแนวโน้มของแต่ละตลาดอาจจะอยู่คนละทางกันในวันเดียวกัน เช่น ในตลาดยุโรปช่วงบ่ายๆ กราฟมีแนวโน้มในการวิ่งขึ้น ทางเดียว แต่พอเวลาหนึ่งทุ่ม ซึ่งตลาดนิวยอร์คเปิด ไปจนถึง ตีสาม ปรากฏว่ากราฟวิ่งลงอย่างเดียว
ดังนั้น การรู้เวลาของแต่ละตลาดจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก เกี่ยวข้องกับความรู้พื้นฐานอื่นๆ
เสริมอีกนิดว่า บางคนที่เริ่มการเทรดใหม่ๆ จะกลัวว่าจะรู้ข้อมูลต่างๆ ไม่หมด เลยทำให้ไม่มีความมั่นใจในการเข้าซื้อขาย ข้อนี้ไม่ต้องกังวลมากครับ เพราะว่าการกังวลหรือความกลัว จะเป็นอุปสรรคที่สำคัญมากสำหรับการเทรด และจะทำให้เทรดเสียได้ง่ายมาก ยกตัวอย่างเช่น เราเข้าซื้อขายไปแล้ว แต่เกิดความกลัวว่าการเข้าซื้อครั้งนี้จะไม่ได้กำไร จริงๆ แล้วการจัดการกับเหตุการณ์นี้ขึ้นอยู่ที่จุดที่เราเข้านั้นได้มีการวิเคราะห์เหตุผลอย่างไรหรือไม่ อยู่ในช่วงข่าวหรือไม่ หรือตอนนี้ลบไปแล้ว กี่จุด เรามีทางเลือกอยู่สองทาง คือ รอและปิดทันที การรอจนกว่ากราฟจะวิ่งมาทางที่เราต้องการ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเรามองเห็นความแรงของกราฟมากขนาดไหน
ถ้าอยู่ในช่วงบ่าย ถึงดึก สองตลาดนี้จะมีการวิ่งสูงมาก ดังนั้น การรอจึงไม่นานนัก แต่ถ้าเป็นช่วงเช้าถึงบ่ายสอง การติดลบประมาณสิบจุด อาจจะกลับทางมาทางที่เราต้องการก็เป็นชั่วโมงหรือหลายชั่วโมง ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการรอให้กราฟมาที่จุดที่ติดลบน้อยที่สุด แล้วปิด จะมีผลดีกว่ารอไปเรื่อยๆ การตั้ง stoploss หรือ SL ก็มีประโยชน์กรณีเราไม่ได้อย่หน้าจอคอมตลอด หรืออยู่ในช่วงข่าวที่กลัวปิดไม่ทัน เพราะถ้าเราอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เราควรจะปิดด้วยมือ ซึ่งจะทำให้ติดลบน้อยกว่า ถ้าใช้ SL จะต้อง ตั้งค่าห่างจากจุดปัจจุบัน 10 จุด , นั่นหมายความว่า เราจะลบมากกว่าจุดที่เราติดลบปัจจุบันไปอีกสิบจุด (ก็มีข้อดีอยู่บ้าง กรณีที่ตั้งไว้ เพราะว่าเราจะไม่ต้องปิดในตอนนี้ทันที จึงยังมีโอกาสในการได้กำไรเมื่อกราฟวิ่งมาทางที่เราต้องการ) ดังนั้น การตัดสินใจของเรา ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการเทรดของเราว่าเราต้องการเทรดบ่อยขนาดไหน หรือต้องการทำกำไรด่วนหรือไม่ด่วนนั่นเอง
ในกรณีของผู้เขียนมักจะด่วน เพราะว่าไม่ต้องการเสียเวลามากเกินไป โดยที่ต้องการเข้าออกบ่อยครั้ง (ทำล็อตสำหรับได้โบนัส 100 ดอลต่อบัญชีได้ง่ายสำหรับคนที่เทรดกับ fxopen) และจังหวะเทคนิคในการเทรดสั้น ก็จะทำให้เราปิดการซื้อขายที่ทำกำไรได้บ่อยครั้งมาก ถึงแม้ว่าต่อครั้งเราจะได้กำไรจำนวนไม่กี่จุด ยกตัวอย่างเช่น การปิดที่เพียง 2-3 จุดต่อครั้ง จำนวนประมาณ หนึ่งร้อยครั้งต่อวัน สำหรับการเข้าเทรดที่ชัวร์ จะหมายถึงเงิน 2-300 ดอล ถ้าเทรดที่ จุดละดอล ซึ่งก็คือ รายได้วันละหมื่นบาท ทั้งนี้มาจากต้นทุนเพียง 30 ดอล หรือ หนึ่งพันหนึ่งร้อยบาท สำหรับคู่ EUR/USD และยังไม่พอ การเทรด 100 ครั้งนั้น จะทำให้เราเทรดถึง 10 ล็อต ซึ่งจะได้โบนัสเดือนนั้น 100 ดอลอีกต่างหากในบัญชีนั้น แบบนี้ เป็นการฉีกตำราผลตอบแทนการลงทุนทุกตำราเลยก็ว่าได้ ชักจะน่าสนใจแล้วนะครับแบบนี้
สุดยอดมากครับสำหลับบทความนี้มือใหม่อย่างผมจะเอาไปเป็ยต้นแบบครับ ขอบคุณครับ
ตอบลบ