นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) กล่าวต่อคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของสภาคองเกรสว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในอีก 2-3 ไตรมาสข้างหน้านี้ หลังจากเศรษฐกิจในไตรมาส 4/52 ขยายตัวในอัตรา 5.6% ต่อปี ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯยังคงอยู่ในระดับต่ำ จึงทำให้ FED ยังสามารถคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
เบอร์นันเก้กล่าวด้วยว่า การเสริมสร้างสถานะการคลังให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในระยะยาวถือเป็นงานท้าทายของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยคาดว่าสหรัฐฯจะมียอดขาดดุลงบประมาณในปีนี้สูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลง รวมทั้งการที่รัฐบาลได้นำเงินคงคลังไปใช้จ่ายในการกอบกู้เศรษฐกิจ สร้างงาน และสร้างเสถียรภาพในตลาดการเงิน
การแสดงความคิดเห็นของเบอร์นันเก้สอดคล้องกับที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เตือนว่า อันดับความน่าเชื่อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯอาจตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในอนาคต หากรัฐบาลไม่เร่งใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม นายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐฯ กล่าวตอบโต้ในเวลาต่อมาว่า สหรัฐฯไม่ได้อยู่ในความเสี่ยงจนถึงขั้นที่จะสูญเสียอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA แม้คณะทำงานของประธานาธิบดีบารัค โอบามา คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯอาจจะสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2553 ก็ตาม
FED ออกรายงานชี้เศรษฐกิจในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐฯขยายตัว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เปิดเผยรายงาน Beige Book ซึ่งเป็นรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจจาก FED ทั้ง 12 เขตในสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย. โดยในรายงานระบุว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ขยายตัวขึ้น ยกเว้นเขตเซนต์หลุยส์เพียงแห่งเดียวที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ
ส่วนยอดค้าปลีกและยอดขายรถยนต์ รวมทั้งผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐฯขยายตัวขึ้นแข็งแกร่ง ยกเว้นเขตเซนต์หลุยส์ -ณะที่ตลาดแรงงานในภูมิภาคส่วนใหญ่เริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการจ้างพนักงานชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานที่ยังคงยืนอยู่ที่ระดับ 9.7% สะท้อนให้เห็นว่าภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานของสหรัฐฯยังคงเป็นปัญหาท้าทาย แม้ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค.ก็ตาม โดยเฟดคาดว่าอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9.8%
นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังฟื้นตัวขึ้น แต่สหรัฐฯก็ยังเผชิญกับปัญหาท้าทายอีกมาก รวมถึงอัตราว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยหากอัตราว่างงานยืนอยู่ในระดับสูงนานเกินไป ก็จะส่งผลบั่นทอนทักษะการทำงานของพนักงาน และจะยิ่งทำให้รายได้ระยะยาวปรับตัวลดลงด้วย
ทั้งนี้ Beige Book เป็นรายงานที่จัดเตรียมไว้เพื่อช่วยประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ โดย FED จะเปิดเผยรายงาน Beige Book ปีละ 8 ครั้ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น