ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้น 0.79% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 84.660 เยน จากระดับของวันอังคาร (24 ส.ค.) ที่ระดับ 84.000 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนตัวลง 0.12% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0303 ฟรังค์ จากระดับ 1.0315 ฟรังค์
ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้น 0.22% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2652 ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.2624 ดอลลาร์ และเงินปอนด์ดีดขึ้น 0.31% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5453 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5406 ดอลลาร์
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียขยับขึ้น 0.08% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8826 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคารที่ 0.8819 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ร่วงลง 0.53% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.6982 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7019 ดอลลาร์สหรัฐ
ภาวะการซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กผันผวนอย่างหนัก โดยดอลลาร์อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.ร่วงลง 12.4% มาอยู่ที่ระดับ 276,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์เริ่มรวบรวมข้อมูลยอดการขายบ้านในปี 2506 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 330,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 315,000 ยูนิตต่อปี
นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงตกอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน เนื่องจากสถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงซบเซาและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว ซึ่งหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังเป็นเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะใช้นโยบายผ่อนปรนด้านการเงินต่อไป
นอกจากนี้ ทางการสหรัฐรายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% ในเดือนก.ค. ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 2.8%
ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงหลังจากหนังสือพิมพ์นิกเกอิ อิงลิช นิวส์ รายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะใช้มาตรการผ่อนปรนด้านการเงินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและสกัดการแข็งค่าของเงินเยน อีกทั้งคาดว่ากระทรวงการคลังญี่ปุ่นอาจพิจารณาเรื่องการแทรกแซงตลาด หากนักเก็งกำไรแห่เข้าถือครองสกุลเงินเยนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวคาดว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของบีโอเจอาจเปิดการประชุมเร็วกว่ากำหนด จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 6-7 ก.ย.นี้
สถาบัน Ifo เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 106.7 ในเดือนส.ค.จากระดับ 106.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และเป็นการปรับตัวขึ้น 4 เดือนติดต่อกัน บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเขตมิดเวสต์เดือนก.ค. ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.
ขอบคุณคับ เหมือน EU พยายามจะเปลี่ยนเทรนรึเปล่าครับ
ตอบลบอัพเดทข่าวให้แล้ว ช่วยโชว์การวิเคราะห์หน่อยคร้าาาาา ว่ากระทบกราฟยังไงเมื่อไร่
ตอบลบ