1. ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้
.
วันนี้สหรัฐฯมีกำหนดการประกาศดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Core PCE) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งสะท้อนอัตราเงินเฟ้อที่เป็นปัจจุบัน ถูกคาดการณ์ว่าจะประกาศออกมาที่ 0.2% (MoM) ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.4% (MoM) สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับยอดค้าปลีก (Retail Sales) ที่ประกาศสัปดาห์ก่อนหน้า และ ยอดการใช้จ่ายส่วนบุคคลที่มีกำหนดการประกาศวันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งถูกคาดว่าจะประกาศออกมาขยายตัว 9.0% (MoM) ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -13.6% (MoM) จากแนวโน้มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง
.
2. Fed เดินหน้าสั่งธนาคารพาณิชย์ห้ามซื้อหุ้นคืน จำกัดปันผล แม้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
.
วานนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่าธนาคารพาณิชย์ยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อภาวะวิกฤติแม้จะเกิดกรณีเลวร้ายขึ้น (Worst Case Scenario) อย่างไรก็ตามในภาวะดังกล่าวอาจส่งผลให้สัดส่วนทุนสำรองของธนาคารเหล่านั้น ลดลงมาสู่ที่ระดับ 7.7 - 9.5% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงขั้นต่ำเท่านั้น
.
Fed จึงสั่งให้ธนาคารพาณิชย์งดการซื้อหุ้นคืน และ จำกัดการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 3/20 นี้ ให้ไม่เกินค่าเฉลี่ยของกำไร 4 ไตรมาสที่ผ่านมาเท่านั้น ก่อนที่ Fed จะดำเนินการทำ Stress Test อีกครั้งในไตรมาส 4/20
.
ท่ามกลางการคัดของ Lael Brainard 1 ในคณะกรรมการนโยบายการเงินซึ่งมีอำนาจออกคะแนนเสียง ที่ระบุว่าการอนุญาตให้จ่ายปันผล อาจส่งผลต่อทุนสำรองของธนาคาร ซึ่งอาจส่งผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารต่อไป
3. ปธน.เม็กซิโกเตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ ปิดดีล USMCA
.
วานนี้นายแอนเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก ให้สัมภาษณ์ระบุว่ากำลังเตรียมการเดินทางไปยังสหรัฐฯ โดยสายการบินพาณิชย์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างเม็กซิโก และ สหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดการจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเริ่มต้นการบังคับใช้ข้อตกลงการค้า USMCA อย่างเป็นทางการ หลังจากการเจรจาลุล่วง ในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา
4. GDP Q1/20 สหรัฐฯ -5.0% ตามคาด
.
วานนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลข GDP ประจำไตรมาสที่ 1/20 ครั้งที่ 3 ออกมาที่ -5.0% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และการประกาศครั้งก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/ 08 จากมาตรการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงปลายไตรมาสที่ 1
.
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ไตรมาสที่ 2/20 จะประกาศออกมาที่ -30% ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในไตรมาสที่ 3 และ 4 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีทิศทางที่ดีขึ้น
.
5. สหรัฐฯ เตรียมหนุนกลุ่มผู้ผลิตชิปกลับมาเป็นผู้นำโลก
.
สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยว่าวุฒิสภา เตรียมเดินหน้าเสนอให้รัฐสภาอนุมัติวงเงินกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจกลุ่ม Semiconductor ภายในประเทศผ่านทางการให้งบประมาณวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงการให้โครงการของรัฐสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาดังกล่าวได้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์ของ Supply Chain สมัยใหม่ที่กลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำซึ่งทำให้ชิปเป็นส่วนสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
.
ภาวะตลาดวานนี้
.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาไม่ค่อยดีก็ตาม โดยมีแรงเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารจากแรงหนุนที่คณะกรรมการประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐได้ผ่อนคลายข้อกำหนด Volcker Rule ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคารสามารถลงทุนเพิ่มเติมได้ โดย หุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่ง 4.6% และ หุ้นเจพีมอร์แกน พุ่ง 3.5% เป็นต้น สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี รวมทั้ง ECB มีแผนจะปล่อยกู้ให้กับประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดให้ดีขึ้น
.
สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าคงทนออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อด้านอุปสงค์น้ำมัน ด้านสัญญาทองคำปรับตัวลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รวมไปถึงตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยออกมาจากปัจจัยดังกล่าว
Source : Infoquest, Bloomberg, Investing, CNBC, Reuter

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น