วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563

30 มิ.ย.สรุปข่าวเศรษฐกิจค่ำคืนนี้ ตลาดยังคงสถานะแบบ RISK OFF

5 ปัจจัยสำคัญในการลงทุนฝั่งอเมริกา-ยุโรปสำหรับวันนี้ (30 มิ.ย.)


1 จีนบังคับใช้กฎหมายฮ่องกง, สหรัฐตอบโต้เอาคืน
คณะกรรมการสูงสุดของจีนได้ผ่านกฎหมายว่าด้วยการปกครองฮ่องกงในวันนี้ รัฐบาลสหรัฐจึงตอบโต้ด้วยการเพิกถอนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกง
โดยความคืบหน้าครั้งนี้ตามมาหนึ่งวันให้หลังจากที่เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณการฟื้นตัวอีกครั้ง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคการผลิตของจีนสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 50.9 และดัชนีนอกภาคการผลิตก็สูงขึ้น 54.4 จากเดือนที่แล้ว 53.6 และจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกที่ช่วยดันราคาทองแดงให้สูงกว่า $2.70 ต่อปอนด์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม
2. เพาเวลล์และมนูชินให้คำกล่าวล่วงหน้าก่อนวันชาติอเมริกา
ประธานเฟด นายเจอโรม เพาเวลล์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสตีเวน มนูชิน จะแถลงต่อหน้าคณะกรรมการบริการทางการเงินในช่วงครึ่งหลังของวันนี้
อ้างอิงจากคำแถลงของนายเพาเวลล์ที่ได้มีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า “หนทางของเศรษฐกิจสหรัฐนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาดของประเทศให้สำเร็จ" และ "การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์นั้นยังไม่น่าจะเกิดขึ้นจนกว่าประชาชนจะมั่นใจได้ว่าการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคมนั้นสามารถกระทำได้อย่างปลอดภัย"
คำเตือนของนายเพาเวลล์ตามมาหลังจากหลายรัฐได้เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรคมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การระบาดอาจย่ำแย่ลงกว่าเดิมในช่วงวันหยุดที่กำลังจะถึงเนื่องในวันชาติอเมริกา โดยเมืองต่าง ๆ ในแคลิฟอร์เนียและฟลอริดาต่างก็สั่งปิดชายหาด ขณะที่แคนซัสและโอเรกอนก็ได้บังคับใช้ข้อบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะภายในอาคารด้วย
3 ตลาดหุ้นเตรียมขยับหลายทิศทาง หุ้น Boeing ย่อตัวลง
ตลาดหุ้นสหรัฐมีแววว่าจะเปิดตัวหลายทิศทางในวันสุดท้ายของไตรมาสที่ยอดเยี่ยมในสุดในรอบศตวรรษ
เมื่อเวลา 6:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (1030 GMT) สัญญาซื้อขายดัชนี Dow Jones 30 ล่วงหน้าขยับลง 54 จุดหรือ 0.2% ส่วนสัญญาซื้อขายดัชนี S&P 500 ล่วงหน้าติดลบ 0.1% และสัญญาซื้อขายดัชนี Nasdaq 100 ล่วงหน้าคงตัว ดัชนี Dow ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักเนื่องจากหุ้น Boeing ปรับตัวลงในช่วงก่อนเปิดตลาดหลังมีข่าวว่า Norwegian Air Shuttle ได้ยกเลิกการสั่งซื้อเครื่องบิน 737 MAX ล็อตใหญ่
ในทางตรงกันข้าม Nasdaq ได้รับแรงหนุนหลังเวลาตลาดปิดเมื่อวันพฤหัสบดี นำโดย Micron Technology และบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ Xilinx
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันนี้จะมีการรายงานดัชนี PMI ของชิคาโกในเวลา 9:45 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากคณะกรรมการประชุมประจำเดือนมิถุนายนในเวลา 10.00 น.
4. เงินปอนด์อ่อนค่าลง นายกจอห์นสันวางแผนจ่ายหนัก
แผนการของสหราชอาณาจักรที่จะเปิดเศรษฐกิจเมื่อสุดสัปดาห์นี้กลับต้องหยุดชะงัก เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องล็อกดาวน์เมืองเลสเตอร์ (มีประชากร 330,000 คน) เนื่องจากพบการแพร่ระบาดในพื้นที่
ในวันนี้นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายบอริส จอห์นสัน จะมีกำหนดการแถลงการณ์ครั้งสำคัญในวันนี้เกี่ยวกับแนวทางการนำประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤต ด้วยการขยายการใช้งบประมาณเพื่อปฏิรูปโครงสร้างและการศึกษา
ค่าเงินปอนด์ปรับตัวลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือนเมื่อซื้อขายคู่กับดอลลาร์สหรัฐ และยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสามเดือนเมื่อซื้อขายคู่กับเงินยูโร
5. Shell จ่อลดการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ 2.2 หมื่นล้านเหรียญ, ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐจาก API
ภายหลังจากการล่มสลายของบริษัทผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมขุดเจาะหินน้ำมัน Chesapeake Energy เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ในวันนี้ Royal Dutch Shell ได้ออกมาประกาศว่าจะลดการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ลงระหว่าง 1.5 ถึง 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่สอง แสดงให้เห็นถึงการคาดการณ์ของบริษัทว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับต่ำอีกนาน
บริษัทยังคงไม่เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ราคาน้ำมันระยะยาวที่ $60 ต่อบาร์เรลและ $3 ต่อหนึ่งล้านบีทียูสำหรับก๊าซธรรมชาติ แต่บริษัทระบุว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงปี 2023 กว่าราคาจะกลับมาสู่ระดับดังกล่าว สำหรับปีนี้ทางบริษัทคาดไว้ว่าราคาน้ำมันเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ $35 ต่อบาร์เรล และปีหน้าจะสูงขึ้นเป็น $40 ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้จะมีการรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์ล่าสุดจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) ในเวลา 16:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก
สนับสนุนเราโดยเปิดบัญชีเทรด สเปรดต่ำ ฝากถอนไว ได้ที่ 
1. Exness :  https://www.exness.com/a/uh16i33c เทรดได้ทั้ง Crypto ทอง และ Forex

กราฟคาดการณ์ BTC/USD ปี 2020/2021 (tradingview)


30 มิ.ย. สรุปข่าวเศรษฐกิจเช้านี้ ตลาดทรงตัว นายกบอริสเตรียมแผนกระตุ้นใหม่ 5 พันล้านปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก #ทะลุ10ล้านรายแล้ว ! โดยสถานการณ์ในสหรัฐยังคงแย่ลงเรื่อยๆ

ยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก #ทะลุ10ล้านรายแล้ว ! โดยสถานการณ์ในสหรัฐยังคงแย่ลงเรื่อยๆ #น่าเป็นห่วงตลาดเปิดในวันพรุ่งนี้
📊 ติดตาม 3 ปัจจัยหลักๆที่จะกำหนดทิศทางตลาดในอาทิตย์หน้านี้ไปกับเพจเราได้ครับ
เช้าวันที่ 28 มิ.ย. หลังจากไวรัสโควิดเริ่มระบาดมาเป็นเวลาเกือบ 6 เดือน วันนี้ทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 10,081,477 คน และมียอดผู้เสียชีวิตที่ 501,298 ราย ในขณะที่มีผู้รักษาตัวหายแล้ว 5,458,367 คน #แต่ที่ยังน่าเป็นห่วงคือ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันทั่วโลกยังคงสูงขึ้นเกือบแตะ 200,000 รายต่อวันแล้ว
🇺🇸 สหรัฐและ 🇧🇷 บราซิลยังเป็นสองประเทศที่เหมือนจะแข่งกันแย่งตำแหน่งผู้ติดเชื้อประกาศรายวันที่สูงที่สุดในโลกสับกันไปสับกันมา ทั้งคู่ยังมีผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเฉลี่ยที่ระดับ 40,000 คนต่อวัน แต่ล่าสุดสหรัฐดีดนำขึ้นอีกรอบและทำสถิติใหม่ที่ 43,000 คนต่อวัน ในขณะที่อินเดียก็ยังรั้งอันดับที่ 3 ที่ประมาณ 20,000 คนต่อวัน และ 🇷🇺 รัสเซียเลขยังคงสูงอยู่ที่วันละ 7,000 ราย
(ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายประเทศและรายวันดูได้จากในคอมเม้นท์เลยนะครับ)
#สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่น่าเป็นห่วงที่สุด และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่มากที่สุด หากดูจากความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ออกมาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ #ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความเสี่ยงสูงมากในอาทิตย์หน้า ครับ
1️⃣ Miami สั่งปิดชายหาดกลางช่วง Summer !
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยที่สหรัฐประเทศผู้รักอิสระจะประกาศสั่งปิดชายหาดที่ Miami Beach รัฐ Florida ชายหาดซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในสหรัฐที่ในช่วง Summer จะมีผู้คนเดินทางมาเที่ยวหลายล้านคน โดยในปีนี้ทางรัฐได้รีบสั่งปิดชายหาดก่อนที่วันชาติสหรัฐอเมริกา ( Independence Day) จะมาถึงในอาทิตย์หน้าวันที่ 4 กรกฏาคม นี้ เพื่อกันคนหลายล้านคนที่จะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในช่วงหยุดยาว
2️⃣ รัฐ Florida และ Arizona เลขผู้ติดเชื้อโดดทำสถิติใหม่
โดยรัฐหลักๆที่ยังน่าเป็นห่วงที่สุดอยู่ในสหรัฐก็คือ Florida, Texas, California และ Arizona แต่เช้านี้ทางรัฐ Florida และ Arizona ทำสถิติผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันของรัฐดีดขึ้นมาที่ 9,585 ราย และ 3,591 รายตามลำดับ
3️⃣ Mike Pence รองประธานาธิบดีสหรัฐต้องออกมายกเลิกกำหนดการหาเสียงให้ทรัมป์
อาทิตย์หน้านี้ทางรองประธานาธิบดีสหรัฐ Mike Pence มีแผนที่จะเดินทางไปปราศัยที่รัฐ Florida และ Arizona แต่อย่างที่ได้กล่าวไปด้านบนว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อของทั้งสองรัฐนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ทำให้ทาง Pence ต้องยกเลิกงานปราศัยแต่ยังจะคงเดินทางไปอยู่
4️⃣ รัฐ Washington ออกมาประกาศระงับแผนการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในระยะที่ 4
ผู้ว่าการรัฐ Washington ออกมาตัดสินใจระงับแผนการผ่อนคลายเนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นรัฐล่าสุดที่ทยอยออกมาระงับแผนผ่อนคลาย Lockdown ตามกันไป
5️⃣ นายแพทย์ Anthony Fauci ยังคงแสดงความเป็นกังวลอย่างมาก
ดร. แอนโทนี่ เฟาซี (Dr. Fauci) ผู้นำการวิจัยโรคติดเชื้อที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ได้ออกมาย้ำกล่าวเตือนอีกครั้งให้ประชาชนสหรัฐอย่าการ์ดตก เพราะผลกระทบของไวรัสนั้นยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆถึงแม้ว่าอัตราผู้เสียชีวิตจะน้อยลง ตอนนี้หลายๆโรงพยาบาลในรัฐด้านบนที่กล่าวไว้แทบจะไม่เหลือที่รักษารองรับผุ้ป่วยใหม่แล้ว บางรัฐถึงกับต้องส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเด็ก
6️⃣ ทาง CDC ออกมากล่าวเตือนว่า 8% ของประชากรสหรัฐอาจติดเชื้อไวรัสแล้ว !
จริงอยู่ว่ายังต้องมีผู้ติดเชื้ออีกมากมายในสหรัฐที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบเพราะว่าจำนวนเครื่องตรวจนั้นมีจำกัด แต่ทาง CDC หรือหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา ได้ออกมารายงานว่าอาจมีผู้ติดเชื้อในไวรัสโควิดสูงถึงราวๆ 26.4 ล้านคนเลยทีเดียว ! (หรือ 8% จากประชากรสหรัฐทั้งหมด 330 ล้านคน)
สิ่งที่ทุกคนทราบกันดีนั้นก็คือการที่ตลาดหุ้นและสภาพเศรษฐกิจนั้นกำลังเดินไปคนละทาง #ราคาของตลาดหุ้นนั้นไม่ได้สะท้อนกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันซะทีเดียว ข้อนี้เราคงไม่ต้องขยายความกันมากเพราะเงินทุนในตลาดนั้นเยอะและเงินไม่มีที่ๆจะไปเพราะดอกเบี้ยนั้นต่ำติดดินทั่วโลก
แต่ปัจจัยที่ต้องติดตามหลักๆในตลาดตอนนี้ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของเงินทุนที่ยังเหลือมากมายในตลาด ว่าจะไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องหรือจะถอนเงินออกไปเพราะความกลัว ยังมีอยู่ 3 อย่างหลักๆด้วยกันอย่างที่เราได้รายงานมาตลอด
ต่อไปนี้ทางเพจจะมา #ไล่ลำดับของผลกระทบในแต่ละปัจจัยว่าข้อไหนจะมีผลกระทบต่อเงินทุนเหล่านี้มากที่สุด โดยในอาทิตย์นี้ ในเมื่อทางประธานาธิบดีทรัมป์ยังออกมายืนยันว่าจะไม่ปิดเมืองอย่างแน่นอน ทำให้เราได้เลื่อนลำดับปัจจัยนี้ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ครับ
1️⃣ สถานการณ์ไวรัสระบาดในสหรัฐและที่อื่นๆในโลก
2️⃣ การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา
3️⃣ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน

สนับสนุนเราโดยเปิดบัญชีเทรด สเปรดต่ำ ฝากถอนไว ได้ที่ 
1. Exness :  https://www.exness.com/a/uh16i33c เทรดได้ทั้ง Crypto ทอง และ Forex

สรุปข่าวเศรษฐกิจคืนนี้ ศุกร์ 26 มิ.ย. ตลาดเตรียมเปิดผสมหุ้นกลุ่มธนาคารอาจมีแรงกดดัน

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

FED หรือ แบงก์ชาติสหรัฐเข้าคุมเงินปันผลของธนาคารพาณิชย์คล้ายๆกับที่ไทยแล้ว

FED หรือ #แบงก์ชาติสหรัฐเข้าคุมเงินปันผลของธนาคารพาณิชย์คล้ายๆกับที่ไทยแล้ว ! โดยกำหนดว่าห้ามจ่ายเงินปันผลเกินระดับที่เคยจ่ายไปแล้วในไตรมาสที่ 2 และงดซื้อหุ้นคืน ! เพื่อพยายามสำรองเงินทุนเพื่อรับปัญหาหนี้เสียในช่วงโควิดเช่นเดียวกัน... แต่สิ่งนึงที่ต่างกับบ้านเราคือ #หุ้นสหรัฐยังบวกเมื่อคืนนี้ 
หลายท่านคงจำเหตุการณ์ใหญ่ที่เกินขึ้นในบ้านเราเมื่อเย็นวันศุกร์ที่แล้วกันได้ หลังทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่าย #เงินปันผล และ #งดซื้อหุ้นคืน เพราะว่าการแพร่ระบาดของโควิด 19 นั้นยังเป็นสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก จะสงส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย จึงได้ขอความร่วมมือจากธนาคารกลางต่างๆเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศหากจะต้องเกิดวิกฤตหนี้เสียขึ้น และ... แน่นอนว่าตลาดหุ้นไทยโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารจึงโดนเทขายอย่างหนักหลังได้รับข่าวนี้
เช้านี้ทาง #ธนาคารกลางสหรัฐได้ออกมาประกาศมาตรการที่คล้ายๆกัน ทาง FED ได้ออกมาขอให้ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆในประเทศไม่ให้จ่ายเพิ่มเงินปันผลเกินระดับที่เคยจ่ายไปแล้วหรือกลับมาซื้อหุ้นคืนในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ทางแบงก์ชาติของไทยให้ไว้
โดยทาง FED ได้กล่าวเสริมว่าทางธนาคารกลางสหรัฐได้ทำ Stress Test หรือการทดสอบความสามารถในการรับมือกับวิกฤตหนี้เสียหากเกิดขึ้นจริงของเหล่าธนาคารกลางสหรัฐ และผลที่ออกมานั้นยังค่อนข้างดี และเชื่อมั่นว่าระบบการเงินของสหรัฐจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แต่การออกมาประกาศมาตรการนี้นั้นทำไปเพื่อเป็นการ #กันไว้ดีกว่าแก้
ในอีกหนึ่งการทดสอบ Sensitivity Analysis หรือการวิเคราะห์ต่อผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงซึ่งได้ตั้งสมมุติฐานของการฟื่นตัวของเศรษฐกิจออกเป็น 3 เคส
1️⃣ V Shape - การฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
2️⃣ U Shape - การฟื้นตัวอย่างช้าๆ
3️⃣ W Shape - การฟื้นตัวอย่างเกิดการระบาด Wave 2
ถึงแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะมีความสามารถในการรับมือกับการฟื้นตัวอย่าง V-Shape ซึ่งน่าจะเป็นเคสที่มีโอกาสเกิดขึ้นในปัจจุบันมากที่สุด แต่ผลกระทบของ U และ W-Shape นั้นพบว่าอาจสร้างความกดดันต่อสถาบันการเงินได้เป็นอย่างมาก #การพยายามสำรองเงินทุนไว้ให้มากที่สุด จึงเป็นการเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับ 2 เคสหลังนี้
📉 แต่ยังมีสิ่งนึงที่ต่างกันกับประเทศเรา...
ทางหุ้นธนาคารสหรัฐต่างๆยังคงบวกได้เมื่อคืนนี้และดัชนี Dow Jones และ S&P ของสหรัฐก็ยังปิดบวก +1.1% โดยรวมเมื่อคืนนี้ และช่วงเช้าวันนี้ทางดัชนี Futures ของสหรัฐก็ยังไม่มีการโดนเทขาย
สนับสนุนเราโดยเปิดบัญชีเทรด สเปรดต่ำ ฝากถอนไว ได้ที่ 
1. Exness :  https://www.exness.com/a/uh16i33c เทรดได้ทั้ง Crypto ทอง และ Forex

5 ปัจจัยการลงทุนวันนี้ FINNOMENA Daily News Update 26 มิถุนายน 63

1. ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้
.
วันนี้สหรัฐฯมีกำหนดการประกาศดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Core PCE) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งสะท้อนอัตราเงินเฟ้อที่เป็นปัจจุบัน ถูกคาดการณ์ว่าจะประกาศออกมาที่ 0.2% (MoM) ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.4% (MoM) สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับยอดค้าปลีก (Retail Sales) ที่ประกาศสัปดาห์ก่อนหน้า และ ยอดการใช้จ่ายส่วนบุคคลที่มีกำหนดการประกาศวันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งถูกคาดว่าจะประกาศออกมาขยายตัว 9.0% (MoM) ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -13.6% (MoM) จากแนวโน้มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง
.
2. Fed เดินหน้าสั่งธนาคารพาณิชย์ห้ามซื้อหุ้นคืน จำกัดปันผล แม้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
.
วานนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่าธนาคารพาณิชย์ยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อภาวะวิกฤติแม้จะเกิดกรณีเลวร้ายขึ้น (Worst Case Scenario) อย่างไรก็ตามในภาวะดังกล่าวอาจส่งผลให้สัดส่วนทุนสำรองของธนาคารเหล่านั้น ลดลงมาสู่ที่ระดับ 7.7 - 9.5% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงขั้นต่ำเท่านั้น
.
Fed จึงสั่งให้ธนาคารพาณิชย์งดการซื้อหุ้นคืน และ จำกัดการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 3/20 นี้ ให้ไม่เกินค่าเฉลี่ยของกำไร 4 ไตรมาสที่ผ่านมาเท่านั้น ก่อนที่ Fed จะดำเนินการทำ Stress Test อีกครั้งในไตรมาส 4/20
.
ท่ามกลางการคัดของ Lael Brainard 1 ในคณะกรรมการนโยบายการเงินซึ่งมีอำนาจออกคะแนนเสียง ที่ระบุว่าการอนุญาตให้จ่ายปันผล อาจส่งผลต่อทุนสำรองของธนาคาร ซึ่งอาจส่งผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารต่อไป


3. ปธน.เม็กซิโกเตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ ปิดดีล USMCA
.
วานนี้นายแอนเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก ให้สัมภาษณ์ระบุว่ากำลังเตรียมการเดินทางไปยังสหรัฐฯ โดยสายการบินพาณิชย์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างเม็กซิโก และ สหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดการจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเริ่มต้นการบังคับใช้ข้อตกลงการค้า USMCA อย่างเป็นทางการ หลังจากการเจรจาลุล่วง ในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา


4. GDP Q1/20 สหรัฐฯ -5.0% ตามคาด
.
วานนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลข GDP ประจำไตรมาสที่ 1/20 ครั้งที่ 3 ออกมาที่ -5.0% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และการประกาศครั้งก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/ 08 จากมาตรการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงปลายไตรมาสที่ 1
.
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ไตรมาสที่ 2/20 จะประกาศออกมาที่ -30% ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในไตรมาสที่ 3 และ 4 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีทิศทางที่ดีขึ้น
.
5. สหรัฐฯ เตรียมหนุนกลุ่มผู้ผลิตชิปกลับมาเป็นผู้นำโลก
.
สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยว่าวุฒิสภา เตรียมเดินหน้าเสนอให้รัฐสภาอนุมัติวงเงินกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจกลุ่ม Semiconductor ภายในประเทศผ่านทางการให้งบประมาณวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงการให้โครงการของรัฐสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาดังกล่าวได้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์ของ Supply Chain สมัยใหม่ที่กลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำซึ่งทำให้ชิปเป็นส่วนสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
.
ภาวะตลาดวานนี้
.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาไม่ค่อยดีก็ตาม โดยมีแรงเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารจากแรงหนุนที่คณะกรรมการประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐได้ผ่อนคลายข้อกำหนด Volcker Rule ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคารสามารถลงทุนเพิ่มเติมได้ โดย หุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่ง 4.6% และ หุ้นเจพีมอร์แกน พุ่ง 3.5% เป็นต้น สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี รวมทั้ง ECB มีแผนจะปล่อยกู้ให้กับประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดให้ดีขึ้น
.
สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าคงทนออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อด้านอุปสงค์น้ำมัน ด้านสัญญาทองคำปรับตัวลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รวมไปถึงตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยออกมาจากปัจจัยดังกล่าว
Source : Infoquest, Bloomberg, Investing, CNBC, Reuter