ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กคึกคักขึ้นหลังจากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ เปิดเผยกำไรไตรมาส 3 พุ่งขึ้น 6.8 เท่า ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากรายได้จากตราสารหนี้ทะยานขึ้น
โดยกำไรไตรมาส 3 ของเจพีมอร์แกนปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.59 พันล้านดอลลาร์ หรือ 82 เซนต์ต่อหุ้น จากระดับ 527 ล้านดอลลาร์ หรือ 9 เซนต์ต่อหุ้นในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์โพลล์บลูมเบิร์กคาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 51 เซนต์ต่อหุ้น
เจพีมอร์แกนเป็นธนาคารใหญ่รายแรกของสหรัฐที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ มีกำหนดการเปิดเผยผลประกอบการในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่ากำไรอาจสูงเกือบ 3 เท่าแตะ 2.4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนซิตี้กรุ๊ป ซึ่งมีกำหนดที่จะรายงานผลประกอบการวันพรุ่งนี้เช่นกัน อาจขาดทุนถึง 2.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะนับเป็นไตรมาสที่ 6 ในรอบ 8 ไตรมาสที่ซิตี้กรุ๊ปไม่สามารถทำกำไรได้
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากบริษัท อินเทล คอร์ป ผู้ผลิตชิปรายใหญ่สุดของโลกที่รายงานว่า กำไรสุทธิในช่วงไตรมาสสามอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 33 เซนต์/หุ้น เทียบกับปีก่อนนี้ที่ 2.01 พันล้านดอลลาร์ หรือ 35 เซนต์/หุ้น แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 28 เซนต์/หุ้น
ฟิล ออร์แลนโด นักวิเคราะห์จากบริษัท Federated Investors Inc ในนิวยอร์กกล่าวว่า "ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของเจพีมอร์แกน และอินเทล เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นเหนือระดับ 10,000 จุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ผลประกอบการที่ดีเกินคาดของอินเทลทำให้เกิดความคาดหวังว่าอุตสาหกรรมชิพคอมพิวเตอร์จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และผลประกอบการที่สดใสของเจพีมอร์แกน ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหาในภาคการเงินของสหรัฐกำลังจะสิ้นสุดลง"
โดยกำไรไตรมาส 3 ของเจพีมอร์แกนปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.59 พันล้านดอลลาร์ หรือ 82 เซนต์ต่อหุ้น จากระดับ 527 ล้านดอลลาร์ หรือ 9 เซนต์ต่อหุ้นในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์โพลล์บลูมเบิร์กคาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 51 เซนต์ต่อหุ้น
เจพีมอร์แกนเป็นธนาคารใหญ่รายแรกของสหรัฐที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ มีกำหนดการเปิดเผยผลประกอบการในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่ากำไรอาจสูงเกือบ 3 เท่าแตะ 2.4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนซิตี้กรุ๊ป ซึ่งมีกำหนดที่จะรายงานผลประกอบการวันพรุ่งนี้เช่นกัน อาจขาดทุนถึง 2.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะนับเป็นไตรมาสที่ 6 ในรอบ 8 ไตรมาสที่ซิตี้กรุ๊ปไม่สามารถทำกำไรได้
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากบริษัท อินเทล คอร์ป ผู้ผลิตชิปรายใหญ่สุดของโลกที่รายงานว่า กำไรสุทธิในช่วงไตรมาสสามอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 33 เซนต์/หุ้น เทียบกับปีก่อนนี้ที่ 2.01 พันล้านดอลลาร์ หรือ 35 เซนต์/หุ้น แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 28 เซนต์/หุ้น
ฟิล ออร์แลนโด นักวิเคราะห์จากบริษัท Federated Investors Inc ในนิวยอร์กกล่าวว่า "ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของเจพีมอร์แกน และอินเทล เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นเหนือระดับ 10,000 จุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ผลประกอบการที่ดีเกินคาดของอินเทลทำให้เกิดความคาดหวังว่าอุตสาหกรรมชิพคอมพิวเตอร์จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และผลประกอบการที่สดใสของเจพีมอร์แกน ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหาในภาคการเงินของสหรัฐกำลังจะสิ้นสุดลง"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น