ในยุคที่สังคมกำลังก้าวพัฒนาขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้งสิทธิมนุษยชนก็ถูกเรียกร้องกันมากขึ้นเพราะคุณค่าความเป็นคนของเรานั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันความเท่าเทียมกันของสังคมถูกชูเป็นประเด็นหลักในการดำเนินชีวิตบนโลกเล็กๆใบนี้
ไม่ว่าจะเป็น เด็ก สตรี คนชราและคนพิการ ต่างต้องการมีโอกาสเท่าเทียมผู้อื่นทุกคนไม่ยอมที่จะเสียสิทธิ์นั้นแม้แต่นิดเดียวคนที่มีโอกาสมากมักใช้สิทธิ์ของตนเองเต็มที่และบางทีอาจจะล้ำสิทธิ์ตัวเองไปอีกนิดหน่อยทุกคนไม่เคยได้ยินคำว่าเสียเปรียบเสียเปรียบจึงดูเป็นเหมือนคำไม่สุภาพสำหรับคนในยุคปัจจุบันเมื่อรู้สึกว่าเสียเปรียบอารมณ์จะเปลี่ยนไปเป็นโกรธ ชิงชัง แค้นไม่มีใครอยากเสียเปรียบ ทุกคนอยากได้เปรียบหรือล้ำคนอื่นออกไปถ้าโลกนี้เท่าเทียมกันหมดมันก็จะเหมือนเครื่องหมายเท่ากับ = คือเป็นเส้นตรงๆสองเส้นขนานกันมันก็จะเรียบๆนิ่งๆถ้าโลกนี้มีคนได้เปรียบ เสียเปรียบ มันก็จะเหมือนเครื่องหมายมากกว่า > < น้อยกว่าคือมีด้านแหลมๆทิ่มแทงอีกด้านหนึ่งเสมอเสียเปรียบจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากทำเพราะเราสอนกันว่าอย่าเสียเปรียบคนอื่น
วันนี้ผมมีทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีเสียเปรียบเสียเปรียบแล้วมีความสุข เหมือนกับว่าเราเป็นผู้ให้ลองคิดดูว่าโลกใบนี้มีแต่คนอยากเสียเปรียบจะเกิดอะไรขึ้นพ่อค้าก็อยากให้ของเกินราคา เราก็อยากจ่ายตังค์เกินของนั่งแทกซี่ก็อยากให้เกินราคา คนขับแทกซี่ก็อยากให้บริการที่เกินตังค์ที่ได้รับพนักงานก็อยากทำงานเกินเงินเดือนที่จ้าง นายจ้างก็อยากให้ประโยชน์กับพนักงานกว่าที่เสียไปเมื่อทุกคนอยากเสียเปรียบ ก็จะไม่ได้นึกถึงการได้เปรียบและไม่ได้นึกว่าจะต้องเท่ากันเกิดสมการเป็นเป็นค่าอนันต์ คือการให้วนเวียนกันไม่รู้จบ ถ้าทุกคนอยากจะเสียเปรียบกันหมด โลกคงจะเปลี่ยนไปเดี๋ยวนี้ผมรู้สึกเสียเปรียบแล้วมีความสุข
จาก www.jazzmoment.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น