ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้น 0.65% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2621 ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.2539 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์ ดีดขึ้น 0.01% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5138 ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ 1.5136 ดอลลาร์ (*หมายเหต : ที่ต้องเทียบกับวันศุกร์เพราะตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 5 ก.ค.เนื่องจากเป็นวันหยุดชดเชยวันชาติสหรัฐ)
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.26% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 87.510 เยน จากระดับของวันศุกร์ที่ 87.740 เยน และร่วงลง 0.50% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0593 ฟรังค์ จากระดับ 1.0646 ฟรังค์
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.8506 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.8397 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.65% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.6928 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6883 ดอลลาร์สหรัฐ
ภาวะการซื้อขายในตลาดเงินนิวยอร์กผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนเข้ามากระหน่ำขายดอลลาร์สหรัฐจนค่าเงินร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ภาคบริการเดือนมิ.ย.ของสหรัฐขยายตัวในอัตราที่ช้าลง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาคบริการอาจจะชะลอตัวลงอีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการและกิจกรรมทางธุรกิจเดือนมิ.ย.ขยายตัวที่ระดับ 53.8 จุด ซึ่งแม้ว่าดัชนีที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 จุดจะบ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงมีการขยายตัว แต่ดัชนีเดือนมิ.ย.ขยายตัวในอัตรที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.ที่มีการขยายตัว 55.4 จุด และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 67.7 จุดของเมื่อปี 2547 อีกทั้งยังขยายตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 55.0 จุด
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง หลังจากธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (overnight cash rate) ไว้ที่ 4.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ และเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยว่า ยอดเกินดุลการค้าออสเตรเลียขยายตัวแตะ 1.65 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพ.ค. จากระดับ 1.12 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในเดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียเท่านั้น โดยยอดเกินดุลการค้าของออสเตรเลียขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเพราะได้แรงหนุนจากราคาแร่เหล็กที่พุ่งสูงขึ้นและยอดส่งออกถ่านหินที่สดใส ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีแนวโน้มฟื้นตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหลังจากที่บริษัทเหมืองแร่ตกลงเรื่องภาษีเหมืองแร่กับรัฐบาลชุดใหม่โดยการนำของนายกรัฐมนตรีจูเลีย กิลลาร์ด ได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งแกร่งขึ้นเพราะได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ หลังจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจนิวซีแลนด์เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ปรับตัวลดลงในไตรมาส 2 ของปีนี้ เนื่องจากดีมานด์ในประเทศชะลอตัว
นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนพ.ค.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น