ค่าเงินยูโรดีดขึ้น 0.10% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1.2635 ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.2623 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์ขยับขึ้น 0.28% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1.5192 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5150 ดอลลาร์
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.22% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 87.740 เยน จากระดับของวันอังคารที่ 87.550 เยน แต่อ่อนตัวลง 0.70% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0514 ฟรังค์ จากระดับ 1.0588 ฟรังค์
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.45% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.8652 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคาร 0.8528 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 1.41% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.7039 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6941 ดอลลาร์สหรัฐ
นักลงทุนเข้าซื้อยูโรหลังจากนายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้แสดงความเชื่อมั่นว่า สกุลเงินยูโรมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในกรีซ ซึ่งเป็นผลจากมาตรการลดหนี้ของรัฐบาลในกลุ่มยูโรโซน
ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรดีดตัวแม้ยุโรปเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยทางการเยอรมนีระบุว่ายอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ของเยอรมนีลดลง 0.5% หลังจากที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งมา 2 เดือน และยูโรสแตทเปิดเผยว่า เศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซน หรือ 16 ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปที่ใช้สกุลเงินยุโร ขยายตัวเพียง 0.2% ในช่วงไตรมาสแรก
รัฐบาลกรีซเตรียมระดมทุนจากการเปิดประมูลพันธบัตรมูลค่า 4.5 พันล้านยูโร (5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งทางสำนักงานบริหารจัดการหนี้สินของกรีซคาดว่า จะมีการประกาศแผนการดังกล่าวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ โดยการนำพันธบัตรรัฐบาลออกประมูลครั้งนี้นับเป็นการประเมินบรรยากาศของตลาดที่มีต่อเศรษฐกิจกรีซเป็นครั้งแรก หลังจากที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ร่วมกันช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กรีซจะประมูลพันธบัตรอายุ 26 สัปดาห์ และ 52 สัปดาห์ เพื่อระดมทุนอย่างน้อย 2.1 พันล้านยูโร (2.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสัปดาห์หน้า และจะประมูลพันธบัตรระยะ 13 สัปดาห์ในวงเงินขั้นต่ำ 2.4 พันล้านยูโร (3.01 พันล้านดอลลาร์) ในช่วงปลายเดือนนี้
นักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ในวงกว้างว่าอีซีบีจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม พร้อมกับติดตามผลการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) ของธนาคารยุโรป
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนพ.ค.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น