วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 7 ก.ค.: ยูโรบวกเทียบดอลล์ หลังนายกฯเยอรมนีเชื่อมั่นยูโรมีเสถียรภาพ

ค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ก.ค.) หลังจากนางแองเกลาร์ แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่า สกุลเงินยูโรมีเสถียรภาพมากขึ้นและเชื่อว่าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซ อย่างไรก็ตาม ยูโรดีดขึ้นในไม่มากนักหลังจากประเทศยุโรปเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

ค่าเงินยูโรดีดขึ้น 0.10% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1.2635 ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.2623 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์ขยับขึ้น 0.28% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1.5192 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5150 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.22% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 87.740 เยน จากระดับของวันอังคารที่ 87.550 เยน แต่อ่อนตัวลง 0.70% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0514 ฟรังค์ จากระดับ 1.0588 ฟรังค์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.45% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.8652 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคาร 0.8528 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 1.41% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.7039 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6941 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนเข้าซื้อยูโรหลังจากนายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้แสดงความเชื่อมั่นว่า สกุลเงินยูโรมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในกรีซ ซึ่งเป็นผลจากมาตรการลดหนี้ของรัฐบาลในกลุ่มยูโรโซน

ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรดีดตัวแม้ยุโรปเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยทางการเยอรมนีระบุว่ายอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ของเยอรมนีลดลง 0.5% หลังจากที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งมา 2 เดือน และยูโรสแตทเปิดเผยว่า เศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซน หรือ 16 ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปที่ใช้สกุลเงินยุโร ขยายตัวเพียง 0.2% ในช่วงไตรมาสแรก

รัฐบาลกรีซเตรียมระดมทุนจากการเปิดประมูลพันธบัตรมูลค่า 4.5 พันล้านยูโร (5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งทางสำนักงานบริหารจัดการหนี้สินของกรีซคาดว่า จะมีการประกาศแผนการดังกล่าวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ โดยการนำพันธบัตรรัฐบาลออกประมูลครั้งนี้นับเป็นการประเมินบรรยากาศของตลาดที่มีต่อเศรษฐกิจกรีซเป็นครั้งแรก หลังจากที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ร่วมกันช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กรีซจะประมูลพันธบัตรอายุ 26 สัปดาห์ และ 52 สัปดาห์ เพื่อระดมทุนอย่างน้อย 2.1 พันล้านยูโร (2.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสัปดาห์หน้า และจะประมูลพันธบัตรระยะ 13 สัปดาห์ในวงเงินขั้นต่ำ 2.4 พันล้านยูโร (3.01 พันล้านดอลลาร์) ในช่วงปลายเดือนนี้

นักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ในวงกว้างว่าอีซีบีจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม พร้อมกับติดตามผลการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) ของธนาคารยุโรป

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนพ.ค.

วิเคราะห์เทคนิค EUR/USD 8 ก.ค.

EUR/USD intraday: the upside prevails
Pivot: 1.2585

คำแนะนำ : Long ที่ระดับเหนือ 1.2585 targets @ 1.2660 & 1.2690

หากราคาลงต่ำกว่า 1.2585 เป้าหมายด้านล่างคือ 1.2550 & 1.2525

ราคาเด้งกลับขึ้นจากแนวรับและกำลังทดสอบระดับไฮเดิม

Key levels
1.2750
1.2690
1.2660
1.2650 last
1.2585
1.2550
1.2525

วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 6 ก.ค.: ดอลล์ร่วงเทียบสกุลเงินหลักๆ เหตุวิตกเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวช้า

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินหลักๆในตะกร้าเงิน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอาจเป็นไปอย่างล่าช้า หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคบริการที่ขยายตัวในอัตราที่ช้าลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง หลังจากธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้

ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้น 0.65% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2621 ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.2539 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์ ดีดขึ้น 0.01% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5138 ดอลลาร์ จากระดับของวันศุกร์ 1.5136 ดอลลาร์ (*หมายเหต : ที่ต้องเทียบกับวันศุกร์เพราะตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 5 ก.ค.เนื่องจากเป็นวันหยุดชดเชยวันชาติสหรัฐ)

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.26% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 87.510 เยน จากระดับของวันศุกร์ที่ 87.740 เยน และร่วงลง 0.50% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0593 ฟรังค์ จากระดับ 1.0646 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.8506 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.8397 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.65% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.6928 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6883 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาวะการซื้อขายในตลาดเงินนิวยอร์กผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนเข้ามากระหน่ำขายดอลลาร์สหรัฐจนค่าเงินร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ภาคบริการเดือนมิ.ย.ของสหรัฐขยายตัวในอัตราที่ช้าลง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาคบริการอาจจะชะลอตัวลงอีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการและกิจกรรมทางธุรกิจเดือนมิ.ย.ขยายตัวที่ระดับ 53.8 จุด ซึ่งแม้ว่าดัชนีที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 จุดจะบ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงมีการขยายตัว แต่ดัชนีเดือนมิ.ย.ขยายตัวในอัตรที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.ที่มีการขยายตัว 55.4 จุด และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 67.7 จุดของเมื่อปี 2547 อีกทั้งยังขยายตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 55.0 จุด

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง หลังจากธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (overnight cash rate) ไว้ที่ 4.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ และเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยว่า ยอดเกินดุลการค้าออสเตรเลียขยายตัวแตะ 1.65 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพ.ค. จากระดับ 1.12 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในเดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียเท่านั้น โดยยอดเกินดุลการค้าของออสเตรเลียขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเพราะได้แรงหนุนจากราคาแร่เหล็กที่พุ่งสูงขึ้นและยอดส่งออกถ่านหินที่สดใส ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีแนวโน้มฟื้นตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหลังจากที่บริษัทเหมืองแร่ตกลงเรื่องภาษีเหมืองแร่กับรัฐบาลชุดใหม่โดยการนำของนายกรัฐมนตรีจูเลีย กิลลาร์ด ได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งแกร่งขึ้นเพราะได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ หลังจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจนิวซีแลนด์เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ปรับตัวลดลงในไตรมาส 2 ของปีนี้ เนื่องจากดีมานด์ในประเทศชะลอตัว

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนพ.ค.

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Technical Analysis for Week 5th - 9th Jul

EUR/USD trend: hold.
GBP/USD trend: buy.
USD/JPY trend: sell.
EUR/JPY trend: sell.
GBP/JPY trend: hold.

Floor Pivot Points
Pair3rd Sup2nd Sup1st SupPivot1st Res2nd Res3rd Res
EUR/USD1.18041.19781.22631.24371.27221.28961.3181
GBP/USD1.46131.47431.49681.50981.53231.54531.5678
USD/JPY84.1985.5886.6888.0789.1790.5691.66
EUR/JPY104.55105.93108.05109.43111.55112.93115.05
GBP/JPY127.40129.34131.36133.30135.32137.26139.28

Fibonacci Retracement Levels
PairsEUR/USDGBP/USDUSD/JPYEUR/JPYGBP/JPY
100.0%1.26101.522789.46110.81135.24
61.8%1.24351.509188.51109.47133.73
50.0%1.23811.505088.22109.06133.26
38.2%1.23261.500887.92108.65132.79
23.6%1.22591.495687.56108.14132.21
0.0%1.21511.487286.97107.31131.28

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 1 ก.ค.: ยูโรพุ่งแรง รับข่าวสเปนขายพันธบัตร-ภาคธนาคารยุโรประดมทุนน้อยลง

ค่าเงินยูโรทะยานขึ้นแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลสเปนประสบความสำเร็จในการขายพันธบัตรและธนาคารพาณิชย์ในยุโรปกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์การเงินในยุโรป ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนัก หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงข้อมูลภาคการผลิตและตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์

ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้น 2.39% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2526 ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.2234 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์พุ่งขึ้น 1.53% แตะที่ 1.5176 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.4947 ปอนด์/ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดิ่งลง 0.87% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 87.620 เยน จากระดับของวันพุธที่ 88.390 เยน แต่พุ่งขึ้น 1.67% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0590 ฟรังค์ จากระดับ 1.0770 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียดีดขึ้น 0.40% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.8433 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพุธที่0.8399 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.83% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.6902 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6845 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาในภาคการเงินของยุโรป หลังจากรัฐบาลสเปนประสบความสำเร็จในการขายพันธบัตรประเภท 5 ปีเพื่อระดมทุนมูลค่า 3.5 พันล้านยูโร แม้มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศทบทวนอันดับเครดิต Aaa ของสเปน และเตือนว่าอาจจะปรับลดอันดับเครดิตของสเปนลง 2 ขั้นก็ตาม

นอกจากนี้ยูโรได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์ในยุโรป หลังจากมีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จัดหาเงินกู้ระยะ 3 เดือน วงเงินรวม 1.319 แสนล้านยูโร หรือ 1.614 แสนล้านดอลลาร์ ให้กับธนาคารพาณิชย์ในยุโรป ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 2.10 แสนล้านยูโร

ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถูกเทขายอย่างหนักเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอาจเป็นไปอย่างล่าช้า หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 472,000 ราย สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 452,000 ราย และเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ประกอบการยังคงเลย์ออฟพนักงานมากขึ้น

ขณะที่สมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ดัชนีการทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนพ.ค.ร่วงลงสู่ระดับ 77.6 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 9 ปี และร่วงลง 15.9% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว ส่วนดัชนีการทำสัญญาซื้อบ้านในเดือนเม.ย.ปีนี้อยู่ที่ระดับ 110.9 จุด

นอกจากนี้ สำนักงานจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐรายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตเดือนมิ.ย.ร่วงลงสู่ระดับ 56.2 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 59.7 จุด

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนมิ.ย.ในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทคาดว่าตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.จะร่วง 110,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการจ้างพนักงานชั่วคราวของภาครัฐในส่วนของงานสำมะโนประชากรนั้น มีแนวโน้มปรับตัวลดลง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนมิ.ย.จะอยู่ที่ระดับ 9.7%

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วิเคราะห์เทคนิค EUR/USD 1 ก.ค.

EUR/USD intraday: turning down

Pivot: 1.2270
คำแนะนำ : Short ที่ระดับต่ำกว่า 1.2270 target @ 1.2200 & 1.2175

หากราคาผ่านเหนือ 1.2270 เป้าหมายด้านบนคือ 1.2290 & 1.2350

คำแนะนำ : คาดว่าราคาจะอ่อนตัวลงอีกเนื่องจาก RSI กลับลง

Key levels
1.2350
1.2290
1.2270
1.2228 last
1.2200
1.2175
1.2150

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 30 มิ.ย.: ยูโรฟื้นตัว จากข่าวแบงค์พาณิชย์ยุโรปกู้ยืมเงินน้อยเกินคาด

ค่าเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) หลังจากมีรายงานว่าธนาคารพาณิชย์ในยุโรปกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยลดกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินปอนด์และดอลลาร์ออสเตรเลีย เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอของภาคเอกชนสหรัฐได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์สหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

ค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2226 ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.2179 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง 0.80% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.4940 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5060 ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลง 0.16% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 88.400 เยน จากระดับของวันอังคารที่ 88.540 เยน และร่วงลง 0.38% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0781 ฟรังค์ จากระดับ 1.0822 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.60% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8415 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันอังคารที่ 0.8466 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.88% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.6853 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6914 ดอลลาร์สหรัฐ

ยูโรได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์ในยุโรป หลังจากมีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จัดหาเงินกู้ระยะ 3 เดือน วงเงินรวม 1.319 แสนล้านยูโร หรือ 1.614 แสน

ล้านดอลลาร์ ให้กับธนาคารพาณิชย์ในยุโรป ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 2.10 แสนล้านยูโร โดยธนาคารพาณิชย์ต้อง

ชำระคืนเงินกู้ระยะ 1 ปี มูลค่า 4.42 แสนล้านยูโร หรือ 5.455 แสนล้านดอลลาร์) ภายในวันพฤหัสบดีนี้

นอกจากนี้ ยูโรยังได้แรงหนุนหลังจากสำนักงานแรงงานกลางของเยอรมนีเปิดเผยว่า จำนวนผู้ว่างงานในประเทศยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 โดยในเดือนมิ.ย.จำนวนคนตกงาน ลดลง 21,000 คนจากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ผู้ไม่มีงานมีจำนวนทั้งสิ้น 3.23 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2551 ขณะที่ อัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 7.7% ในเดือนมิ.ย

อย่างไรก็ตาม ช่วงบวกของยูโรถูกจำกัดหลังจากมีรายงานว่ามูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส อาจลดอันดับเครดิตของสเปน เนื่องากแนวโน้มเศรษฐกิจสเปนยังคงอ่อนแอ

ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเงินปอนด์และสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจยังคงผันผวน โดยเมื่อวานนี้ ADP Employer Services รายงานว่าภาคเอกชนทั่วประเทศเพิ่มการจ้างงานเพียง 13,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 60,000 ตำแหน่ง และน้อยกว่าเดือนพ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่ง

การรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของ ADP Employer Services มีขึ้นก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนมิ.ย.ในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทคาดว่าตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.จะร่วง 110,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการจ้างพนักงานชั่วคราวของภาครัฐในส่วนของงานสำมะโนประชากรนั้น มีแนวโน้มปรับตัวลดลง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนมิ.ย.จะอยู่ที่ระดับ 9.7%

ธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยว่า อัตราการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทการเงินภายในประเทศประจำเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ส่วนราคาบ้านในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของออสเตรเลียสามารถต้านทานผลกระทบที่เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางได้

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 29 มิ.ย.: ยูโรร่วงเทียบดอลล์ เหตุวิตกสภาพคล่องในระบบการเงินยุโรป

ค่าเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 มิ.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดสภาพคล่องในระบบการเงินของยุโรป อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่าธนาคารพาณิชย์ในยุโรปต้องเร่งระดมเงินจำนวนมากเพื่อชำระคืนเงินกู้ฉุกเฉินให้กับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ภายในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากหน่วยงานของสหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงเกินคาดในเดือนพ.ค.

ค่าเงินยูโรร่วงลง 0.71% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2190 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.2277 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินปอนด์อ่อนตัวลง 0.19% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5070 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5099 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.91% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 88.540 เยน จากระดับของวันจันทร์ที่ 89.350 เยน และดิ่งลง 0.54% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0810 ฟรังค์ จากระดับ 1.0869 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียดิ่งลง 2.67% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8486 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันจันทร์ที่ 0.8719 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 2.13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 0.6927 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7078 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนยังวิตกกังวลกับข่าวที่ว่าระบบการเงินของยุโรปกำลังขาดสภาพคล่องอยู่กว่า 1 แสนล้านยูโร เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ในยุโรปต้องเร่งระดมเงินเพื่อชำระคืนเงินกู้ฉุกเฉินให้กับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มูลค่า 4.42 แสนล้านยูโร (5.455 แสนล้านดอลลาร์) ภายในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้สกุลเงินยูโรถูกเทขายอย่างหนัก

ธนาคารกลางยุโรปเปิดเผยว่า อัตราการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคครัวเรือนและภาคเอกชนในยุโรปขยายตัวเร็วขึ้นในเดือนพฤษภาคม สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วขึ้นเช่นกัน โดยสินเชื่อที่ปล่อยให้กับภาคเอกชนขยายตัว 0.2% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลังจากที่ขยายตัว 0.1% ในเดือนเมษายน ขณะที่ปริมาณเงิน M3 ซึ่งธนาคารกลางยุโรปใช้วัดอัตราเงินเฟ้อในอนาคต ปรับลดลง 0.2% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่เท่ากับในเดือนเมษายน

เศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่งขึ้นและเงินยูโรที่อ่อนค่าลงกระตุ้นให้ต่างประเทศต้องการสินค้าจากยุโรปมากขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤตหนี้สินก็กดดันให้รัฐบาล 16 ประเทศยูโรโซนลดงบประมาณใช้จ่ายลง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุโรป

ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M3 ในยุโรปลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M1 ขยายตัวช้าลงแตะ 10.3% จากเดิมที่ขยายตัว 10.7%

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ดรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.ของสหรัฐร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 52.9 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 62.7 จุด

นอกจากนี้ สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ของจีนขยับตัวขึ้นเพียง 0.3% ซึ่งเป็นระดับที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 5 เดือน และน้อยกว่าเดือนมี.ค.ที่พุ่งขึ้น 1.7% ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนผ่านพ้นจุดสูงสุงของการขยายตัวมาแล้ว

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นเดือนมิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนพ.ค. และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทคาดว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.จะลดลง 110,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการจ้างพนักงานชั่วคราวของภาครัฐในส่วนของงานสำมะโนประชากรมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนมิ.ย.จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.7%

วิเคราะห์เทคนิค EUR/USD 30 มิ.ย.




EUR/USD intraday: under pressure


Pivot: 1.2220

คำแนะนำ : Short ที่ระดับต่ำกว่า 1.2220 targets @ 1.2150 & 1.2090

หากราคาผ่านเหนือ 1.2220 เป้าหมายด้านบนคือ 1.2250 & 1.2290

ราคาติดแนวต้านและคาดว่าจะอ่อนตัวลงอีกเนื่องจาก RSI กำลังกลับลง

Key levels
1.2290
1.2250
1.2220
1.2205 last
1.2150
1.2090
1.2045

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 28 มิ.ย.: วิตกสภาพคล่องแบงค์ยุโรป ฉุดยูโรร่วงเทียบดอลล์

ค่าเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) หลังจากมีข่าวว่าธนาคารพาณิชย์ในยุโรปกำลังเร่งเร่งระดมทุนเพื่อจ่ายคืนเงินกู้ให้กับธนาคารกลางยุโรป ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ขานรับตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคของสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาด ส่วนเงินฟรังค์แข็งค่าขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สวิสระบุว่า การแข็งค่าของเงินฟรังค์ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ

ค่าเงินยูโรร่วงลง 0.79% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2276 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.2374 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินปอนด์ดีดขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1.5106 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5063 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.24% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 89.420 เยน จากระดับของวันศุกร์ที่ 89.210 เยน แต่ร่วงลง 0.54% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0867 ฟรังค์ จากระดับ 1.0926 ฟรังค์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8722 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 0.8748 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.73% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7086 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7138 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนวิตกังวลเกี่ยวกับสถานะด้านการเงินของธนาคารพาณิชย์ในยุโรป เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งระดมทุนเพื่อชำระคืนหนี้มูลค่ารวม 4.42 แสนล้านยูโร หรือ 4.455 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับธนาคารกลางยุโรปในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้สถานะเงินทุนและสภาพคล่องของธนาคารได้รับผลกระทบ

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนพ.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 0.4% และอัตราการออมของผู้บริโภคพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน

ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป หรือ G-20 มีมติสนับสนุนการใช้มาตรการการคลังเพื่อลดยอดขาดดุลให้ได้ภายในปี 2556 และลดตัวเลขหนี้สาธารณะของรัฐบาลต่อหน่วยจีดีพีลงให้ได้ภายในปี 2559 ซึ่งอาจทำให้ประเทศกลุ่ม G-20 ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและขึ้นภาษีเพื่อลดยอดขาดดุล

นอกจากนี้ ที่ประชุม G-20 ยังขานรับสหภาพยุโรปที่เดินหน้าใช้กลไกสร้างเสถียรภาพในยุโรป รวมถึงการทดสอบสถานะทางการเงินของธนาคาพาณิชย์ และยังขานรับสภาคองเกรสสหรัฐที่ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการเงิน ที่ครอบคลุมถึงการจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อคุ้มครองกลุ่มผู้บริโภคทางการเงิน จัดตั้งกระบวนการในการปิดบริษัทการเงินที่ประสบปัญหา และยกระดับมาตรฐานเงินกองทุนของธนาคาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติสินเชื่อแบบในปี 2550 - 2552 ขึ้นอีก

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นเดือนมิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนพ.ค. และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทคาดว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.จะลดลง 110,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการจ้างพนักงานชั่วคราวของภาครัฐในส่วนของงานสำมะโนประชากรมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนมิ.ย.จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.7%