ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่าจะเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า รวมถึงโครงการเข้าซื้อตราสารหนี้และหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินปอนด์และยูโร หลังจากมียืนยันว่าจะคงดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐขยับลง 0.02% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4536 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4533 ยูโร/ดอลลาร์ แต่พุ่งขึ้น 0.18% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 89.780 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 89.620 เยน/ดอลลาร์
นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.22% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0380 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.0403 ฟรังค์/ดอลลาร์ แต่ดิ่งลง 0.39% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ระดับ 1.6338 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6275 ปอนด์/ดอลลาร์
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.66% แตะที่ 0.9007 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันอังคารที่ 0.9067 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.21% แตะที่ 0.7206 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7221 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นหลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดระบุว่า จะค่อยๆชะลอการเข้าซื้อหลักทรัพย์และตราสารหนี้ ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกันของหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล วงเงินรวม 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะสิ้นสุดลงภายในไตรมาสแรกของปี 2553 พร้อมระบุว่าจะมีการประเมินช่วงเวลาและปริมาณการเข้าซื้อหลักทรัพย์ เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจและสภาวะในตลาดการเงินเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว
นอกจากนี้ คณะกรรมการเฟดจะเริ่มปิดวงเงินสว็อปสภาพคล่องภายในวันที่ 1 ก.พ.และค่อยๆลดวงเงินในโครงการ Term Auction Facility ในช่วงต้นปี 2552
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0 - 0.25% พร้อมกับย้ำว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังเคลื่อนตัวในกรอบแคบๆ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลงหลังจากจีดีพีไตรมาส 3 ของออสเตรเลีย ขยายตัวเพียง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ขณะที่ค่าเงินยูโรถูกกดดันหลังจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป ZEW เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนเยอรมนีปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนธ.ค. เนื่องจากความวิตกว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มชะลอตัว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น