ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค.เป็นต้นมา ท่ามกลางความวิตกกังวลต่อสถานะทางการเงินของกลุ่มประเทศยุโรป ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆนี้
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.03% เมื่อเทียบกับเงินยูโร ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ 1.4693 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับ 1.4698 ยูโร/ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.52% ที่ระดับ 1.6201 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับ 1.6286 ดอลลาร์/ยูโร
นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.14% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0286 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0272 ฟรังค์/ดอลลาร์ แต่ดิ่งลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 87.77 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 88.34 เยน/ดอลลาร์
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.04% แตะที่ 0.9035 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.9039 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ขยายตัวขึ้นแตะระดับ 0.7088 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7067 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์
นายอลิสแตร์ ดาร์ลิ่ง รัฐมนตรีคลังอังกฤษได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้ และคาดว่ารัฐบาลจะต้องเพิ่มอัตราการกู้ยืมเงินในปีหน้าเพิ่มมากขึ้นกว่าที่คาดการณ์ในก่อนหน้านี้ ขณะที่มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือกล่าวว่า อังกฤษต้องแก้ปัญหาหนี้สาธารณะเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกลดอันดับเครดิตที่ AAA
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดความเสี่ยงนั้นกำลังเป็นที่ต้องการของนักลงทุน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยุโรป ขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดทำให้นักลงทุนโยกย้ายเม็ดเงินมายังสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น