ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่ายุโรป หลังจากมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซ ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากรายงานยอดขายบ้านที่พุ่งขึ้นเกินคาดในสหรัฐด้วย
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.23% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4250 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.4283 ยูโร/ดอลลาร์ และทะยานขึ้น 0.70% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 91.790 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 91.150 เยน/ดอลลาร์
นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.24% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0484 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.0459 ฟรังค์/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.45% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.5969 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6041 ปอนด์/ดอลลาร์
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.57% แตะที่ 0.8758 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันจันทร์ที่ 0.8808 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ร่วงลง 0.7018 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ แตะที่ 0.7047 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์
นักวิเคราะห์จากแบงค์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์เพราะเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่ายุโรป โดยเมื่อวานนี้รัฐบาลอังกฤษระบุว่าเศรษฐกิจภายในประเทศหดตัว 0.2% ในไตรมาส 3 นอกจากนี้ การที่กรีซถูกปรับลดอันดับเครดิต ยิ่งทำให้นักลงทุนกระหน่ำขายสกุลเงินในโซนยุโรป รวมถึงเงินปอนด์และยุโร
เมื่อวานนี้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศลดอันดับเครดิตของกรีซลงหนึ่งขั้นสู่ระดับ A2 จากเดิมที่ A1 เนื่องจากยอดขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงหนึ่งขั้น สู่ระดับ BBB+ จากเดิมที่ระดับ A- และเตือนว่าจะลดอันดับเครดิตลงอีก พร้อมกับแนะนำให้นายจอร์จ พาพันเดรอู นายกรัฐมนตรีของกรีซดำเนินการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ ซึ่งในขณะนี้ยอดขาดดุลงบประมาณของกรีซพุ่งขึ้นสูงสุดในบรรดาชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)
การประกาศลดอันดับเครดิตของ S&P และมูดีส์ มีขึ้นหลังจากที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับเครดิตของกรีซลงสู่ระดับ BBB+ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับเตือนให้นายพาพันเดรอูเร่งลดยอดขาดดุลงบประมาณโดยเร็ว
ดัชนี Chicago Board Options Exchange`s Volatility Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความผันผวนของดอลลาร์ ลดลง 4.6% แตะที่ 19.55 จุด หลังจากที่เคยพุ่งขึ้นแตะระดับ 89.5 จุดในเดือนต.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดกระแสความวิตกกังวลเรื่องวิกฤตการณ์การเงิน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนหลังจากสมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐระบุว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 7.4% มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.5% เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรการลดหย่อนภาษี ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายบ้านทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศปรับลดการประเมินตัวเลขจีดีพี โดยประเมินว่าจีดีพีไตรมาส 3 ขยยตัวเพียง 2.2% ต่ำกว่าที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.8%
นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนธ.ค., ยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ย. และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย.
ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กจะปิดทำการในวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค.เนื่องในวันคริสต์มาส
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น