ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์เพราะมองว่าแม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนของสหรัฐเริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่สกุลเงินยูโรและปอนด์ดีดตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด หลังจากเยอรมนีและอังกฤษรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐขยับลง 0.10% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4508 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4494 ยูโร/ดอลลาร์ และดิ่งลง 0.69% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ระดับ 1.6285 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6173 ปอนด์/ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.54% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 91.440 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 90.950 เยน/ดอลลาร์ และขยับขึ้น 0.08% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0183 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0175 ฟรังค์/ดอลลาร์
นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.41% แตะที่ 0.9241 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันอังคารที่ 0.9203 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.16% แตะที่ 0.7399 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7387 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์
นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่าอัตราว่างงานเดือนธ.ค.ยังอยู่ที่ระดับ 10% หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 27 ปีที่ 10.1% ในเดือนต.ค แต่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรร่วงหนักเกินคาดถึง 85,000 อัตรา จากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวหรือลดลงเพียงเล็กน้อย
ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐประจำเดือนธ.ค.อยู่ที่ 9.185 หมื่นล้านดอลลาร์ พุ่งขึ้นจาก 5.175 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.ปี 2008 ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ายอดขาดดุลงบประมาณอาจอยู่ที่ 9.20 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.
สำนักงานสถิติของเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นที่ชี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หดตัว 5% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนและการส่งออกที่ทรุดตัวลงอย่างหนัก ถือเป็นสถิติการหดตัวหนักสุดของเยอรมนีนับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของรัฐบาล
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ย. 2552 ร่วงลง 6% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับสถิติในเดือนต.ค.
นักลงทุนจับตาดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. และตัวเลขการผลิตทางอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังผลิตเดือนธ.ค
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น