. .
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) หลังปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ
จากการเทขายทำกำไร
ส่งผลให้ EUR/USD ปรับฐานลงมาที่ราคา 1.4553 หลังจากที่ไปทำราคานิวไฮที่ 1.4635
และหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 3.7% จนส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มน้ำมันบางตัว
แม้จะมีปัจจัยบวกอย่างการที่ เฟดเอ็กซ์ คอร์ป คาดการณ์ว่าจะมีกำไรมากขึ้น
และการที่สหรัฐรายงานตัวเลขค้าส่งที่ดีขึ้นก็ตาม
การคาดการณ์ผลกำไรของเฟดเอ็กซ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากธุรกิจขนส่งสินค้าสามารถบ่งชี้
ความแข็งแกร่งของสภาพเศรษฐกิจได้ โดยเฟดเอ็กซ์อ้างว่าบริษัทส่งสินค้าไปยังต่างประเทศมากขึ้น
และมีการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ก็รายงานตัวเลขค้าส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นมากสุดในรอบกว่า 1 ปีในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้จำนวนสินค้าในสต็อกลดลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน
ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องผลิตสินค้าเข้ามาชดเชยในสต็อก ซึ่งถือเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดี
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นและสัญญาณการทำสัญญาระหว่างองค์กรที่เพิ่มขึ้นหนุนให้ตลาดหุ้น
ปรับตัวสูงขึ้นตลอดสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า
กิจกรรมทางอุตสาหกรรมอาจกระเตื้องขึ้น และการที่คราฟท์ ฟู้ดส์ อิงค์ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการขอ
ซื้อกิจการ แคดบิวรี พีแอลซี ยังถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าบริษัทในสหรัฐเริ่มมีความมั่นใจในสถานะภาพของ
ตัวเองมากขึ้น
ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะได้รับการเปิดเผยในสัปดาห์หน้าอาจช่วยให้นักลงทุนรู้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวตามที่
คาดไว้หรือไม่ โดยข้อมูลที่จะได้รับการเปิดเผยประกอบด้วย ยอดค้าปลีก ผลผลิตอุตสาหกรรม และอัตรา
เงินเฟ้อ ซึ่งนักวิเคราะห์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับยอดค้าปลีก เนื่องจากการใช้จ่ายผู้บริโภคมีสัดส่วนถึง
70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น