วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 16 กย.: ดอลล์ร่วงเทียบสกุลเงินหลักๆ หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) หลังจากสหรัฐ
เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด รวมถึงอัตราการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งทำให้นักลงทุน
เลือกที่จะเทขายดอลลาร์และหันเข้าซื้อสกุลเงินอื่นๆที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า โดยดาวน์โจนส์ปิดบวก 108 จุด และทองพุ่งขึ้นถึง 1020

บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.46% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.4727 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4659
ยูโร/ดอลลาร์ และดิ่งลง 0.23% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 90.820 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 91.030 เยน/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ยังร่วงลง 0.69% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0306 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.0378 ฟรังค์/ดอลลาร์ และอ่อนตัวลง 0.04% เมื่อเทียบกับปอนด์ที่ 1.6496 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6490 ปอนด์/ดอลลาร์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.32% แตะที่ 0.8744 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8630 ดอลลาร์
สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ทะยานขึ้น 1.36% แตะที่ 0.7141 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จาก
ระดับ 0.7045 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์
โรเบอร์โต มิอาลิช นักวิเคราะห์ด้านปริวรรตเงินตราจาก UniCredit Markets & Investment Banking ในเมืองมิลาน ประเทศ
อิตาลี กล่าวว่า "สกุลเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น จึง
ทำให้สกุลเงินดอลลาร์มีน่าสนใจน้อยลง หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนแห่ซื้อเงินดอลลาร์ตุนเอาไว้เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยัง
อ่อนแอ"

สหรัฐระบุว่าอัตราการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
เพียง 0.6% และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 69.6% ในเดือนส.ค.

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค.หลังจากทรงตัวในเดือนก.ค. และดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่
รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.หลัง

หลักฐานเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐเด่นชัดขึ้นเมื่อเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐแสดงความเชื่อมั่น
ว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 จะสิ้นสุดลง และบารัค โอบามา
ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า เขายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐและยืนยันว่ารัฐบาลจะยังไม่ยุติการใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น