ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 ก.ย.) เพราะได้รับแรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกและข้อมูลภาคการผลิตที่ดี
เกินคาดของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า ภาวะ
เศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในสหรัฐมีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลง
ภาวะการซื้อขายในตลาดคึกคักขึ้นหลังจากยอดค้าปลีกโดยรวมในเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 2.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุด
นับตั้งแต่เดือนม.ค.2550 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 2.0% ส่วนยอดค้าปลีกที่ไม่รวมยอดขายรถยนต์
พุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนส.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 0.4%
ขณะที่เฟดสาขานิวยอร์กรายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีที่ 18.88
จุดในเดือนก.ย. จากระดับ 12.08 ในเดือนส.ค. ซึ่งสนับสนุนมุมมองของหลายฝ่ายที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวในไตรมาส 3
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่เบอร์นันเก้แสดงความคิดเห็นเนื่องในวาระครบรอบ 1 ปีแห่งการล้มละลายของ
เลห์แมน บราเธอร์ส ว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 ใกล้มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลง แต่เบอร์นันเก้
ยังคงแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราว่างงานที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายโดยรวมยังคงผันผวนและมีแรงขายส่งเข้ามาสกัดแรงซื้อเป็นระยะๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านัก
ลงทุนจำนวนมากยังขาดความเชื่อมั่นต่อตลาดและแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากผลสำรวจความคิดเห็นของชาว
อเมริกันที่ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลสหรัฐจะสามารถแก้ปัญหาในภาคการเงินได้ และเชื่อว่าเหตุการณ์สถาบันการ
เงินล้มละลายอาจเกิดขึ้นอีกหลังจากเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายเมื่อปีที่แล้ว"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น