วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

16 กพ. วิกฤตหนี้ยุโรป..วิบากกรรมเศรษฐกิจโลก ปัญหาเรื้อรังที่จะถ่วงการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกไปอีกหลายปี

ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรปไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปภายใน 3-6 เดือนได้ และโดยปกติแล้วการขาดดุลงบประมาณของประเทศต่าง ๆ ในยุโรป มักจะอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว การตั้งเป้าที่จะลดหนี้สาธารณะให้เหลือเพียง 4% ต่อ GDP จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้น วิกฤติหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นกับประเทศต่าง ๆ อาทิ ไอร์แลนด์เหนือ กรีซ และอาจลุกลามไปถึงสเปนและอิตาลี จะต้องส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกไปอีกหลายปี โดยเฉพาะในปีหน้าอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าปีนี้

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประเมินว่า อีก 4 ปีนับจากนี้ หนี้สาธารณะในยุโรปจะสูงกว่านี้มาก โดยจะเพิ่มเป็นเฉลี่ย 20% ของ GDP เพราะรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ นำเงินไปอุ้มสถาบันการเงินที่มีปัญหา คือนำเอาปัญหาของเอกชนมาเป็นปัญหาของรัฐจึงทำให้หนี้ภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น

ดร.เวทางค์ยังเชื่อว่า แม้ผลเสียจะกินเวลาต่อเนื่องยาวนาน แต่ไม่น่าจะกลายเป็น Domino Effect ที่ส่งผลต่อเนื่องจนทำให้ประเทศต่าง ๆ เกิดปัญหาตามมา เพราะในประวัติศาสตร์ทางการเงินแล้ว ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่เคยหยุดชำระหนี้ และแม้แต่ประเทศไทยเองเมื่อวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ไทยก็ยังชำระหนี้ได้ ดังนั้น จึงเชื่อว่า กลไกทางเศรษฐกิจจะช่วยให้ศักยภาพของยุโรป สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ในที่สุด เพราะหากกรีซหยุดชำระหนี้จะเกิดความเสี่ยงขึ้นทันที เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะถูกสั่นคลอน และทำให้ยุโรปขาดความน่าเชื่อถือ


พงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอสวีไอ (SVI) มองว่า ฐานะของฝรั่งเศสและเยอรมนียังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะเข้าช่วยเหลือปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรีซ และหาเข้าช่วยเหลือจริง ยังมีอีกหลายประเทศที่เข้าคิวรอรับการช่วยเหลืออยู่ไม่ว่าจะเป็นไอร์แลนด์เหนือ สเปน หรือตุรกี

ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบกับผู้ส่งออกไทยโดยตรง เพราะไม่ได้ทำการค้ากับกรีซ แต่ก็ส่งผลกระทบในระยะยาวที่จะต้องขยายตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติมเพื่อเข้ามาถ่วงดุลคำสั่งซื้อ ซึ่งหาก SVI ขยายตลาดไปยังจีนก็จะต้องไม่ทำสินค้าราคาถูก แต่เน้นไปที่สินค้าเฉพาะทางแบบ Hi End จึงจะสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตจากจีนได้

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเงินยูโรอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ SVI ซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์เสียเปรียบผู้ผลิตรายอื่น ๆ ในยุโรปที่ราคาสินค้าถูกลงเรื่อย ๆ

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้บริหารส่วนกลยุทธ์นโยบายการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า ปัญหาภาระหนี้สาธารณะของกรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และสเปน แม้จะใช่ปัญหาใหญ่ และล้วนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีเครดิตประเทศในระดับ A+ ขึ้นไป จึงน่าจะมีความสามารถในการจ่ายคืนหนี้ แต่ก็บั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยุโรป สังเกตได้จากข้อมูลล่าสุดที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 53 พบว่า ในไตรมาส 4/52 เศรษฐกิจของยุโรปขยายตัวเพียง 0.1% เท่านั้น เพราะการเกิดวิกฤติทางการคลังทำให้ทางการขาดเงินใช้จ่าย การฟื้นตัวจึงเป็นในลักษณะซึม ๆ หรือฟื้นตัวได้ช้า โดยพันธบัตรรัฐบาลที่จะครบกำหนดในปีนี้คิดเป็นเม็ดเงิน 5.4 หมื่นล้านยูโร จากพันธบัตรที่ขายออกมาทั้งหมด 3 แสนล้านยูโร ซึ่งนับเป็นเงินก้อนแรกที่ถูกจับตามองว่า จะหาเงินจากไหนมาจ่ายคืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น