มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เตือนว่า มูดี้ส์อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซภายในช่วง 2-3 เดือนนี้ นอกเสียจากว่ากรีซจะสามารถดำเนินการตามแผนการลดยอดขาดดุลงบประมาณ
นายปิแอร์ เคลเลตู กรรมการผู้จัดการด้านความเสี่ยงในการให้อันดับสินเชื่อของมูดี้ส์ กล่าวว่า ในระยะเวลา 2-3 เดือนนี้ การดำเนินการตามแผนลดยอดขาดดุลงบประมาณถือเป็นสิ่งสำคัญที่กรีซพึงปฏิบัติ ซึ่งหากกรีซไม่สามารถทำได้ มูดี้ส์ก็อาจปรับลดอันดับเครดิตของกรีซลง 2 ขั้น
แต่ในขณะเดียวกัน หากกรีซสามารถดำเนินการได้สำเสร็จ มูดี้ส์ก็จะปรับเพิ่มอันดับเครดิตของกรีซซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ A2 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือนธ.ค.เป็นต้นมา สถานการณ์ด้านการคลังของกรีซยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
คำเตือนเรื่องการปรับลดอันดับเครดิตของมูดีส์มีขึ้นหลังจากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) เปิดเผยว่า S&P อาจปรับลดอันดับเครดิตกรีซลง 1-2 ขั้นภายในเดือนมี.ค.นี้ โดยสาเหตุที่ทำให้ S&P ปรับลดอันดับเครดิต กรีซ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอและกระแสต่อต้านทางการเมืองที่กำลังส่งผลบั่นทอนความสามารถของกรีซในการลดยอดขาดดุลงบประมาณที่อยู่ในระดับสูงสุดในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU)
นักวิเคราะห์มองว่า การเตือนเรื่องการปรับลดอันดับเครดิตครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อสถานะของกรีซในตลาดการเงิน หลังจากในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงหนึ่งขั้น สู่ระดับ BBB+ จากเดิมที่ระดับ A-
และเตือนว่าจะลดอันดับเครดิตลงอีกหากนายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีของกรีซไม่สามารถปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณที่พุ่งขึ้นสูงสุดในบรรดาชาติสมาชิก EU
ขณะที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับเครดิตของกรีซลงสู่ระดับ BBB+ ไปก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว พร้อมกับเตือนให้นายปาปันเดรอูเร่งลดยอดขาดดุลงบประมาณโดยเร็ว
สหภาพแรงงานหลายกลุ่มได้ก่อเหตุประท้วงทั่วประเทศกรีซเป็นครั้งที่ 2 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สนามบินกรีซต้องยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าและขาออกทั้งหมด โดยผู้ประท้วงไม่พอใจที่รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มงวดในการลดปริมาณหนี้สาธารณะ
มูดี้ส์ เตือนอันดับน่าเชื่อถือญี่ปุ่นอาจถูกลด
บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส แถลงวานนี้ว่า อันดับความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ของญี่ปุ่น อาจเผชิญแรงกดดัน ถ้าหากเศรษฐกิจญี่ปุ่น ประสบภาวะย่ำแย่ และรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่สามารถร่างแผนการทางการคลังที่น่าเชื่อถือ
ในเดือนพ.ค.ปี 2552 มูดี้ส์ ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือตราสาร หนี้ในประเทศของญี่ปุ่นสู่ Aa2 จาก Aa3 โดยให้เหตุผลว่าตลาดภายในประเทศ ของญี่ปุ่นสามารถดูดซับหนี้ใหม่จากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรัฐบาลประเทศอุตสาหกรรม ที่ติดหนี้มากที่สุดในโลก ในเวลาเดียวกัน มูดี้ส์ก็ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้สกุลเงิน ต่างประเทศของญี่ปุ่นสู่ Aa2 จาก AAA
ขณะที่ เศรษฐกิจญี่ปุ่น ประสบปัญหาภาวะเงินฝืดเรื้อรัง โดยหนี้สินของรัฐบาลญี่ปุ่นขณะนี้อยู่ที่ราว 200 % ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ ( GDP ) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว
หุ้นสหรัฐฯ ร่วงจากความกังวลปัญหากรีซ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดติดลบ แม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงท้ายของการซื้อขาย แต่ก็ยังไม่แรงพอที่จะทำให้ดัชนีสามารถปิดบวกได้
หุ้นชื่อดังหลายตัวปรับลดลง ไม่ว่าจะเป็น แอ็ปเปิ้ล ดูปองท์ โบอิ้ง อเมริกัน เอ็กเพรสและ โคคา-โคลา
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ประเด็นที่ยังคงเป็นห่วงอยู่ก็คือเรื่องของการจ้างงาน โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ล่าสุด ตัวเลขออกมามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับประเทศกรีซ
มูดี้ส์ อาจปรับลดอันดับเครดิตของกรีซหากไม่สามารถจัดการปัญหาการขาดดุลงบประมาณได้ ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ออกมาไม่ค่อยดี ก็ส่งผลให้ตลาดรู้สึกไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ปัจจัยบวกของยุโรปพอมีบ้าง เป็นเรื่องของผลประกอบการ อย่าง RBS และ France Telecom ซึ่งผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์ของตลาด
ส่วนตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวานนี้ปรับลดลง หลังจีนประกาศเพิ่มมาตรการชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ
ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยุโรปลดลง หลังเศรษฐกิจ Q4/52 ชะลอตัว
ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยุโรปเดือนก.พ. 2553 ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 95.9 จุด จากระดับที่ 96 จุดในเดือนม.ค. เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคที่ใช้สกุลเงินยูโรจำนวน 16 ประเทศขยับขึ้นเพียง 0.1% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว หลังจากที่บริษัทต่างๆยังคงลดจำนวนพนักงาน ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคหดตัวลง
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรปได้รับปัจจัยลบ เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานดีดตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อความต้องการในการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน
การขยายตัวของธุรกิจบริการในยุโรปนั้น อ่อนตัวลงเมื่อเดือนก.พ. และผู้บริโภคก็มีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้น โดยในฝรั่งเศสนั้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.นั้นร่วงลงสวนทางกับคาดการณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปกำลังพยายามที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะคลี่คลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับยอดขาดดุลงบประมาณในกรีซ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยุโรปอาจจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ 3.9% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐ คาดว่าจะขยายตัว 2.4%
ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยุโรปเดือนก.พ. 2553 ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 95.9 จุด จากระดับที่ 96 จุดในเดือนม.ค. เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคที่ใช้สกุลเงินยูโรจำนวน 16 ประเทศขยับขึ้นเพียง 0.1% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว หลังจากที่บริษัทต่างๆยังคงลดจำนวนพนักงาน ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคหดตัวลง
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรปได้รับปัจจัยลบ เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานดีดตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อความต้องการในการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน
การขยายตัวของธุรกิจบริการในยุโรปนั้น อ่อนตัวลงเมื่อเดือนก.พ. และผู้บริโภคก็มีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้น โดยในฝรั่งเศสนั้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.นั้นร่วงลงสวนทางกับคาดการณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปกำลังพยายามที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะคลี่คลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับยอดขาดดุลงบประมาณในกรีซ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยุโรปอาจจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ 3.9% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐ คาดว่าจะขยายตัว 2.4%
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. 2553
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ 496,000 ราย
• ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (ม.ค.) เพิ่มขึ้น 3.0% จากเดือนก่อนหน้า
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ 496,000 ราย
• ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (ม.ค.) เพิ่มขึ้น 3.0% จากเดือนก่อนหน้า
-- เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งสภาคองเกรสว่า เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed fund rate) ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0-0.25% ต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งและเพื่อรับมือกับอัตราว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าเฟดตัดสินใจประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน (discount rate) 0.25% เป็น 0.75% ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม
-- ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค. ซึ่งตอกย้ำว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ขณะที่รัฐบาลยังคงพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอยครั้งรุนแรงในรอบหลายสิบปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น