ค่าเงินยูโรร่วงลง 0.41% แตะที่ระดับ 1.3499 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.3555 ยูโร/ดอลลาร์ และค่าเงินปอนด์ดิ่งลง 0.40% แตะที่ 1.5036 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.5096 ปอนด์/ดอลลาร์
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้น 0.32% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 90.380 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 90.090 เยน/ดอลลาร์ แต่อ่อนตัวลง 0.04% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0575 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0579 ฟรังค์/ดอลลาร์
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.16% แตะที่ 0.9191 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันจันทร์ที่ 0.9176 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.14% แตะที่ 0.7075 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7065 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์
นักวิเคราะห์จากบริษัท ฟอเรนจ์ เอ็กซ์เชนจ์ อนาไลติกส์ ในมลรัฐคอนเน็กติกัต กล่าวว่า ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเงินของกรีซกำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและสกุลเงินของยุโรป เนื่องจากกลุ่มผู้นำอียูมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือกรีซ โดยเฉพาะนางแองเจลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่เรียกร้องว่ากลุ่มผู้นำอียูไม่ควรนำประเด็นการให้ความช่วยเหลือกรีซเข้าสู่ที่ประชุมสุดยอดอียูที่เมืองบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้
ค่าเงินยูโรถูกกดดันมากขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรีซได้ออกมาแสดงท่าทีว่าจะไม่ขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากไอเอ็มเอฟ แม้ก่อนหน้านี้นายรัฐมนตรีเยอรมนีผลักดันให้กรีซหันไปพึ่งพาไอเอ็มเอฟก็ตาม
นายโฮเซ่ อังเกล เกอร์เรีย เลขาธิการ กลุ่มองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กล่าวว่า กรีซควรหาทางเลือกหลายๆทางเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านการคลัง นอกจากนี้ นายเกอร์เรียกล่าวว่า เขายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจกรีซ เพราะเชื่อว่าแนวทางในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ของกรีซยังมีอยู่หลายทาง
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลกรีซได้ประกาศใช้มาตรการมากมายเพื่อความพยายามที่จะลดยอดขาดดุลงบประมาณ รวมถึงงบประมาณที่ต้องเตรียมไว้สำหรับการไถ่ถอนพันธบัตรมูลค่า 2 หมื่นล้านยูโร หรือ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น