วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

9 มี.ค. นักเศรษฐศาสตร์คาด เฟดขึ้นดอกเบี้ยภายใน 6 เดือน

ผลสำรวจจากสมาคมนักเศรษฐศาสตร์ (NABE) ที่จัดทำขึ้นโดยการสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 203 ราย ระหว่างวันที่ 4-22 ก.พ. ที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่รายงานออกมาเมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ นั้นเชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 6 เดือน ในอัตราประมาณ 0.25-0.50%

นักเศรษฐศาสตร์ประมาณ 42% ของโพลล์ ประเมินว่า หลังจากที่เฟดยุติโครงการซื้อหลักทรัพย์ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน หรือ MBS มูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนั้นได้ ทั้งนี้โครงการเข้าซื้อ MBS ของเฟดเกิดขึ้นหลังจากที่ดอกเบี้ยนโยบายถูกหั่นลงเหลือ 0%

นอกจากนี้ ในผลสำรวจยังระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาใกล้ระดับ 0%

แต่อย่างไรก็ดี มีนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากขึ้นที่เชื่อว่าการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ นั้น กระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป

Lynn Reaser ประธานของสมาคม NABE กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนมากมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับสถานการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

ในขณะที่เฟด ก็ได้กล่าวว่า อัตราการว่างงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และเงินเฟ้อที่ต่ำ เป็นการสนับสนุนให้ยังคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง แต่ในรายการก็ยังระบุอีกว่า ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังเริ่มฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ผู้กำหนดนโยบายเชือว่าเฟดควรจะเตรียมตลาดให้พร้อมกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

ส่วนเรื่องของการกำกับดูแลนั้น ผลสำรวจระบุว่า การกำกับดูแลที่ไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่ทำให้วิกฤติการเงินในครั้งนี้มีความรุนแรง และนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า การที่รัฐจะเข้ามาลดอำนาจการดูแลของเฟดนั้น จะทำให้ให้ประสิทธิภาพในการกำกับดูแลตลาดเงินลดลง

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากคิดว่า นโยบายการคลังในปัจจุบันเหมาะสมแล้ว โดยมีสัดส่วน 44% ซึ่งเป็นจำนวนเปอร์เซนต์สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 แต่ส่วนใหญ่ระบุ ว่า มาตรการกระตุ้นทางการคลังอีกครั้งไม่มีความจำเป็น

นักเศรษฐศาสตร์เกือบ 80% ยังระบุว่า ยอดขาดดุลงบประมาณระยะยาว ของสหรัฐอาจทำลายความสามารถของสหรัฐในการกู้เงิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น