นายฌอง คลอต ทริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรปแสดงความมั่นใจว่า แผนการลดการขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดของกรีซ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และบรรดาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
ก่อนหน้านี้มีความเป็นห่วงกันว่าถ้ากรีซ ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอวิส อาจส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายพันธบัตรของรัฐบาลกรีซ เพราะอันดับความน่าเชื่อถือ จะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่บรรดาธนาคารกลางต่างๆ จะใช้เป็นหลักประกันได้
ประธานธนาคารกลางยุโรปแสดงความกังวัลว่า ถ้าธนาคารกลางยุโรป กลับมาใช้มาตรฐานการกู้แบบเดิม ที่ต้องถือครองพันธบัตรที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ำที่ A- จากที่ลดลงเหลือ BBB- ในปัจจุบัน อาจจะทำให้ปัญหาของประเทศกรีซรุนแรงขึ้น
เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เอสแอนด์พี และ ฟิตช์ ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงเหลือ BBB+ ขณะที่มูดี้ส์ เตรียมพิจารณาลดอันดับกรีซลงสองอันดับเหลือ Baa1 หากกรีซไม่สามารถดำเนินการตามแผนตัดลดการขาดดุลงบประมาณได้ทั้งหมด ซึ่งนั่นจะทำให้ธนาคารกลางของยุโรป จะไม่สามารถถือครองพันธบัตรของกรีซได้ทันที หากเปลี่ยนเกณฑ์ในปี 2554 จึงยังคงต้องจับตาผลการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกลุ่มสหภาพยุโรปในสัปดาห์นี้ ที่คาดว่าจะมีแผนช่วยแก้ปัญหาให้กับกรีซที่ชัดเจน ทั้งการอัดฉีดเงิน หรือการเข้าไปรับประกันพันธบัตรให้กับพันธบัตรของกรีซ ที่ประกาศให้ผลตอบแทนสูงถึง 6.25%
นักวิเคราะห์จากหลายสำนักเห็นตรงกันว่า การเกิดปัญหาหนี้ในประเทศกรีซ อาจทำให้ธนาคารกลางของยุโรป อาจต้องเลื่อนการถอดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจออกไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของประธานธนาคารกลางยุโรปที่กล่าวว่า การถอดมาตรการใดๆ คงต้องดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจก่อน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น